หน้าแรก เศรษฐกิจ 9พรรคการเมือง...

9พรรคการเมืองโชว์นโยบายท่องเที่ยว”พลังประชารัฐ” ชูเที่ยวชุมชน ดูแหล่งอัตลักษณ์ เพิ่มภาษีให้ท้องถิ่น

11.03.19 | 14:34 น.

คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับพรรคการเมือง 9 พรรค ได้แก่ พรรคชาติพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ พลังภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชนปฏิรูป และพรรคเพื่อไทย จัดสัมนา”นโยบายท่องเที่ยว.. พรรคไหนปัง” ซึ่งเป็นการนำเสนอนโยบายด้านการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน ที่อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม

นายณพงศ์ นพเกตุ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคมีนโยบายชูการท่องเที่ยว 2 เรื่องคือ 1.การท่องเที่ยวเชิงชุมชน 2.การท่องเที่ยวเชิงเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวแบบสัมผัสวิถีชีวิตในท้องถิ่นอย่างแท้จริงและยั่งยืน อาทิ ในพื้นที่แถวตลิ่งชัน ภาษีเจริญ มีคลองและการท่องเที่ยวในรูปแบบตลาดน้ำ โดยจะทำอย่างไรให้สามารถพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก จึงจะมีการส่งเสริมให้นักลงทุนหรือคนรุ่นใหม่เข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวในท้องถิ่นตัวเอง เพราะพรรคฯเชื่อมั่นว่าไม่มีบุคคลใดที่สามารถรู้เรื่องราวในทุกท้องถิ่นต่างๆดีที่สุดเท่าคนในท้องถิ่นเอง โดยประเด็นหลักของภาคการท่องเที่ยวคือ การกระจายรายได้ไปสู่คนในท้องถิ่นมากขึ้น และการจะทำอย่างนั้นได้ คนในท้องถิ่นจะต้องมีความรู้และความเข้าใจในอัตลักษณ์ของพื้นที่ตนเอง และเสนอสิ่งเหล่านั้นเข้ามายังภาครัฐต่อไป

นายณพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของตัวเลขมองว่าจีดีพีรวม ควรขยายตัว 20-25% โดยเน้นการกระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่นมากขึ้น ส่วนกลางควรได้รับส่วนแบ่งในรายได้เหล่านั้นเพียง 40% และอีก 60% จะเป็นรายได้ที่ลงไปสู่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น สรุปแล้วคือ ประชารัฐคือสิ่งที่เราคาดหวังและเตรียมพร้อมในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน โดยให้ศูนย์กลางของท้องถิ่น อาทิ มหาวิทยาลัย โรงเรียน ธุรกิจท้องถิ่น รวมกันทำแผนในด้านการท่องเที่ยวขึ้นมา เพื่อเป็นการสร้างพลังรวนกันของคนในท้องถิ่น ก่อนจะสร้างการลงทุนในเรื่องของอัตลักษณ์ต่อไป

นายณพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ในเชิงโครงสร้าง จะมีการกระจายนักท่องเที่ยวลงสู่พื้นที่เฉพาะอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวกมากขึ้น โดยหากมีการเกิดปัญหาขึ้นจะต้องแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งคนท้องถิ่นต้องร่วมมือกัน โดยจะมีการคืนภาษีให้กับท้องถิ่น แบบไม่ต้องส่งเข้าส่วนกลาง เพื่อให้นำไปบริหารจัดการกันเองในแต่บะท้องถิ่น ทั้งเรื่องของการป้องกันมลพิษ ขยะ และการจัดการกับอาชีพขายบริการ ต้องทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงรายได้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยลดการปัญหาเรื่องการขายบริการได้ เรื่องนโยบายเมืองรองมองว่า การเกิดเมืองรองขึ้น เพราะเมืองหลักไม่สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปีได้ จึงเกิดเมืองรองขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนในการกระจายนักท่องเที่ยว แต่จะทำอย่างไรให้มีการกระจายรายได้ลงสู่เมืองรองได้จริงๆ จุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ควรมองมากกว่า

นายณพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกจากกัน นั้น พรรคฯยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าควรจะแบ่งหรือไม่แบ่ง แต่อยากให้มุ่งเน้นไปที่การทำงานเป็นทีมมากกว่า ซึ่งพรรคฯต้องการสร้างคนที่มีมากกว่าความเก่ง เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นแบบเป็นทีมได้ โดยการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจคือ การกระจายโอกาสและรายได้ไปในทุกท้องถิ่น เพราะคนในพื้นที่จะรู้ว่ามีอะไรดีในพื้นที่ของตนเอง เพราะฉะนั้นต้องทำแผนงานของแต่ละพื้นที่ขึ้นมาให้ได้ เนื่องจากปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศไทยคือ การพัฒนาคนแบบไม่ครบวงจร จึงจะต้องสร้างคนให้มีวินัย รักษาสัจจะ และทำงานกับส่วนรวมได้ดีขึ้น

Advertisement