นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ผู้เสนอขายน้ำมันปาล์มดิบปริมาณ 1.6 แสนตัน เพื่อให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำไปผลิตไฟฟ้าครบแล้ว และมีจำนวน 31 ราย มากสุดจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี รองลงมา คือ กระบี่ ตรัง ปัตตานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และชลบุรี โดยโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่เสนอขายน้ำมันปาล์มดิบต้องเข้ารับซื้อผลปาล์มสดจากเกษตรกรตามสัญญาที่ทำไว้กับกฟผ. ในราคากำหนดกิโลกรัม(กก.)ละ 3-3.25 บาท จังหวัดที่รับซื้อราคาสูงสุด คือ สุราษฎร์ธานีและชุมพร ที่ 3.25 บาทต่อกก. และให้รับซื้อให้ครบตามสัญญาภายใน 60 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ 1.6 แสนตัน เมื่อทอนเป็นผลปาล์มสดจะต้องซื้อจากเกษตรกรปริมาณถึง 8.8 แสนตัน คิดเป็น 70% ของปริมาณผลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาดประมาณกว่า 1 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้ราคาผลปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้นจากราคา 2.70-2.80 บาทเพิ่มขึ้นเป็นไปตามราคาเป้าหมายกก.ละ 3-3.25 บาทได้
นายวิชัย กล่าวว่า ผลจากการตัดสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบออกจากระบบ 1.6 แสนตัน จะทำให้สต๊อกปัจจุบันคงเหลือ 2.1 แสนตัน ซึ่งใกล้เคียงกับสต๊อกปกติควรมีอยู่ 2-2.5 แสนตัน และหากเร่งการใช้ B20 ได้เพิ่มขึ้น จะยิ่งช่วยดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบออกจากระบบ ปัจจุบันรถบรรทุก รถเมล์ ขสมก. ได้ใช้น้ำมัน B20 เกือบ100% แล้ว กำลังผลักดันเพิ่มการใช้ในรถปิกอัพ ล่าสุดปั๊มน้ำมันทั้งปตท. บางจาก เซลล์ ซัสโก้ และพีที รวมแล้ว 500 แห่ง และผู้เติมจะส่วนลดจากราคาน้ำมันดีเซลสูงถึงลิตรละ 5 บาท สำหรับมาตรการดูแลราคาผลปาล์มสดระยะยาว จะเร่งเพิ่มสัดส่วนการใช้ B20 ให้เพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันไทยผลิตน้ำมันปาล์มดิบปีละ 3 ล้านตัน บริโภคในประเทศ 1.2 ล้านตัน หากใช้ทำพลังงานทดแทน 1.5 ล้านตันตามเป้าหมาย จะลดสต๊อกเหลือระดับปกติ 2 แสนกว่าตัน ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำ
” กรมฯได้ทำหนังสือถึงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และห้างสรรพสินค้า ให้จำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดให้สอดคล้องกับราคาผลปาล์มดิบ เพราะราคาเพดานอ้างอิงที่ใช้อยู่ขวดละ 42 บาท ไม่เหมาะสมกับราคาวัตถุดิบ จึงจะไม่มีการกำหนดเพดานราคาแนะนำขายปลีกจนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้ประกอบการขายยน้ำมันปาล์มในราคาเหมาะสม และไม่ควรใช้เพดานราคาเป็นราคาอ้างอิง แล้วมาระบุว่าเป็นการจัดโปรโมชั่นเพื่อลดราคา ควรใช้ราคาตามต้นทุนจริง ขณะนี้ราคาที่เหมาะสมควรอยู่ขวดละ 30 บาท โดยกรมฯจะพิจารณาทบทวนทุกเดือน เพื่อดูโครงสร้างราคาที่เหมาะสม” นายวิชัย กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


