คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับพรรคการเมือง 9 พรรค ได้แก่ พรรคชาติพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชนปฏิรูป และพรรคเพื่อไทย จัดสัมมนา “นโยบายท่องเที่ยว.. พรรคไหนปัง” ซึ่งเป็นการนำเสนอนโยบายด้านการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน ที่อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม
นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคชูนโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ โดยเน้นการกระจายอำนาจไปสู่คนในท้องถิ่นมากขึ้น เพราะเชื่อว่าไม่มีใครรู้เรื่องในพื้นที่ของแต่ละจังหวัดดีเท่าคนในพื้นที่ จึงไม่ได้ทำเพื่อพัฒนาหรือแก้ปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่จะแก้ไขควบคู่กันไป ซึ่งจะยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเร่งรัดการสร้างรถไฟฟ้าให้เสร็จโดยเร็ว แบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และปรับลดอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าลง สำหรับระหว่างจังหวัดจะเร่งรัดการสร้างรถไฟทางคู่ และต่างประเทศจะเร่งรัดรถไฟความเร็วสูง โดยพรรคไม่ได้มองว่าโครงสร้างพื้นฐานจะหมายถึงสิ่งที่ไม่มีชีวิตเท่านั้น แต่หมายถึงคนด้วย จึงจะมีการพัฒนาศักยภาพให้กับประชาชนในประเทศด้วยการส่งเสริมในด้านการศึกษาให้มากขึ้น
นายอิสระกล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยวจะมีการสร้างสมดุลให้ปริมาณและคุณภาพของจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในด้านการท่องเที่ยวตามมา โดยมองว่าจะพัฒนาด้านปริมาณอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพัฒนาด้านคุณภาพด้วย ซึ่งการที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ทำให้ทรัพยากรของประเทศทยอยหมดไป จึงมีการชูนโยบายให้แต่ละท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยพรรคการเมืองและภาครัฐจะต้องรู้บทบาทตนเอง และไม่ลงไปเล่นด้วย คือ ไม่ลงไปแข่งขันกับผู้ประกอบการในภาคเอกชน เพื่อให้การขับเคลื่อนประเทศเป็นหน้าที่ของภาคเอกชน และภาครัฐคอยทำหน้าที่ในการเป็นผู้สนับสนุนเท่านั้น
นายอิสระกล่าวว่า พรรคเป็นผู้ริเริ่มกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนช่วยทำให้ประชาชนมีความรู้และเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น สำหรับปัญหาด้านการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในประเทศมองว่าเป็นเรื่องของกฎหมาย ที่ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายมากมายและมีมานานหลายสิบปี ทำให้จะมีการนำกฎหมายเหล่านี้กลับมาทบทวนอีกครั้ง เพื่อปรับแก้ให้ทันสมัยและการพัฒนาใหม่ๆ มากขึ้น โดยสิ่งหนึ่งที่คิดว่าควรส่งเสริมคือ การกระตุ้นให้ประชาชนทำตามกฎระเบียบที่มี เพราะเรื่องเหล่านี้สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
นายอิสระกล่าวว่า นโยบายเมืองรองที่มีมองว่า เมืองรองเหล่านี้มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือยัง มองว่าเมืองหลักหรือเมืองรองเป็นเพียงคำนิยามเท่านั้น โดยเมืองรองคือ เมืองที่นักท่องเที่ยวยังเข้าถึงไม่มากพอ ทำให้จะมีการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพต่างๆ และจะไม่มีการพัฒนาเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเท่านั้น แต่จะมีการพัฒนาทุกพื้นที่เท่ากัน เพื่อให้ทุกจังหวัดสามารถมีแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับนักท่องเที่ยวได้ทั่วถึง ประเทศไทยต้องการนักท่องเที่ยวจีนหรือไม่ มองว่า ไทยต้องการนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่เฉพาะเจาะจง แต่หากพูดถึงนักท่องเที่ยวจีน ต้องมีการปรับรูปแบบความคิดของคนไทยเอง เนื่องจากเกิดเหตุการณ์เป็นว่าพอนักท่องเที่ยวจีนไม่มาเที่ยวไทย ก็ทำให้ผู้ประกอบการไทยเดือดร้อน แต่พอนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทย ก็ทำให้คนไทยอึดอัด ซึ่งก็ต้องมีการปรับมุมมองต่อนักท่องเที่ยวจีนใหม่ เพื่อให้คนไทยรู้สึกอยากต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทุกชาติ
“เรื่องที่พูดกันน้อยคือจำนวนนักท่องเที่ยวจะเข้ามาเที่ยวเมืองไทย อยากให้คุยกันเรื่องการเที่ยวในประเทศของคนไทยเองด้วย เพราะหากประชาชนเดินทางเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น จะลดการไหลออกของเงินไปนอกประเทศและเพิ่มเม็ดเงินไหลเวียนในประเทศเพิ่มขึ้น” นายอิสระกล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


