“EA” รับข่าวดี วินด์ฟาร์ม “หนุมาน” เริ่มบุ๊ครายได้ พร้อมเปิดตัวรถอีวี “MINE MPV” งานมอเตอร์โชว์

11.03.19 | 17:11 น.

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในปีนี้คาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจไฟฟ้าพลังงานทดแทนเป็นหลัก หลังจากที่บริษัทได้ทำการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมโครงการหนุมานเสร็จเรียบร้อยแล้วและอยู่ในขั้นตอนการทยอยเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการหนุมาน 1 และ 8 ไปแล้วเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเตรียมจะ COD ในส่วนที่เหลือจนครบ ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 664 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วงต้นปีนี้ถือเป็นช่วงที่ดีของโรงไฟฟ้าพลังงานลมจากการเกิดมรสุมลมแรงรวมถึงพายุปาบึกที่ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ด้านธุรกิจแบตเตอรี่ นายอมร กล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมขึ้นโรงงานงานผลิตแบตเตอรี่ลิเที่ยม ไอออน เพื่อเตรียมรุกธุรกิจต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะการรุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี)ภายใต้แบรนด์ MINE ที่เตรียมจะนำรุ่นที่จะผลิตจริงไปแสดงและเปิดให้จองสิทธิ์ในงาน Motor Show ก่อนเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในรุ่นอเนกประสงค์ หรือ MINE MPV ก่อนเป็นลำดับแรก สอดรับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการงดการเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 – 31 ธันวาคม 2565 โดยระหว่างนี้จะเร่งรัดแผนเดินหน้าติดตั้งสถานีชาร์จแบตเตอร์รี่เพื่อเตรียมรองรับรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง MINE และแบรนด์อื่นๆ ซึ่งเชื่อว่า จะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว

ส่วนแผนการลงทุนเรือไฟฟ้า บริษัทฯได้วางงบลงทุนรวม 1,000 ล้านบาท ในการผลิตเรือโดยสารไฟฟ้าออกมาให้บริการ เป็นเรือโดยสารสาธารณะ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการร่วมทำงานกับกรมเจ้าท่าในการเตรียมความพร้อม การสั่งผลิตเรือตามแบบที่กำหนด ตลอดจนการเปิดโอกาสทางธุรกิจและเจรจากับพันธมิตรที่สนใจ คาดว่าจะสามารถเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้ ซึ่งแผนทั้งหมดนี้บริษัทคาดว่าจะใช้เงินทุนสำหรับปี 2562-2563 ประมาณ 9,000 ล้านบาท โดยจะมาจากเงินทุนจากการดำเนินงาน เงินกู้จากสถาบันการเงิน และ/หรือการออกหุ้นกู้ ซึ่งเตรียมจะขอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในปีนี้ สำหรับผลดำเนินงานปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิ 4,975.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.33% เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันปีก่อนมีกำไรอยู่ที่ 3,817.45 ล้านบาท หากไม่นับรวมกำไรทางบัญชีที่เกิดจากการรวมธุรกิจ Amita Technologies Inc., ไต้หวัน ก็จะมีกำไรสุทธิที่ 4,080.63 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 12,490.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 11,673.50 ล้านบาท