หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยูโร5ราคาเพ...

รถยูโร5ราคาเพิ่ม3-4% เอกชนวอนรัฐอุดหนุน

12.03.19 | 08:20 น.

นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เร่งดำเนินการปรับมาตรฐานการระบายสารมลพิษจากเครื่องยนต์จากปัจจุบันที่ใช้มาตรฐานยูโร 4 ให้เทียบเท่ายูโร 5 ในปี 2564 และยูโร 6 ในปี 2565 เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับผู้ประกอบการ 11 ราย จาก 12 แบรนด์ ได้แก่ เอาดี้ บีเอ็มดับเบิ้ลยู อิซูซุ มาสด้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ มิตซูบิชิ มินิ เอ็มจี นิสสัน ซูซูกิ โตโยต้า และวอลโว่ เดินหน้าผลิตรถยนต์มาตรฐานยูโร5และ6เชื่อว่าในส่วนของผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยทุกรายเรื่องเทคโนโลยีการผลิตไม่ใช่ประเด็นปัญหา เพราะหลายบริษัทผลิตโดยใช้มาตรฐานยูโร 5 อยู่แล้วเพื่อการส่งออก

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า สมอ.อยู่ระหว่างการจัดทำมาตรฐานยูโร 5 โดยมีการกำหนดรายละเอียดการระบายสารมลพิษและฝุ่นละออง ที่เข้มกว่ายูโร 4 คาดว่าจะสามารถลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ภายในปีนี้ และบังคับใช้ในปี 2563 ปรับตัว 1 ปีและบังคับใช้จริงในปี 2564 ด้านต้นทุนการผลิตประเมินจะเพิ่มขึ้นราว 3-4% ซึ่งจะส่งผลกระทบกับรถยนต์อีโคคาร์และรถยนต์หรูต่างกันตามต้นทุน

นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ราคารถยนต์ขึ้นกับผู้ผลิตแต่ละรายว่าจะกำหนดอย่างไร แต่ด้านต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเพราะต้องมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลที่อาจจะเพิ่มขึ้น 2-3 หมื่นบาทต่อคัน มองว่ารัฐบาลอาจจะต้องชดเชย เพราะหากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ผลิตก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสะท้อนลงไปในราคาขายและผู้ที่จะต้องรับภาระคือผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตมีการยกเว้นภาษีให้กับรถยนต์กระบะที่ใช้เครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 5 ลง 1% ซึ่งต้องพิจาณราว่าคุ้มหรือไม่ เพราะต้นทุนยูโร 5 เพิ่มขึ้นราว 2-3 หมื่นบาท แต่ภาษีลดลงราว 1 หมื่นบาทเท่านั้น ซึ่งคงรอหลังการเลือกตั้งก่อนว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายเรื่องนี้และมีความชัดเจนอย่างไร จะสามารถลดลงได้มากขึ้นหรือไม่