‘JCK’ ลั่นปี’62 สดใส ส้มหล่นจีนหนีสงครามการค้ามาไทย ยอดขายที่นิคมฯทีเอฟดีพุ่ง

12.03.19 | 13:33 น.

นายอภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JCK หรือเดิมชื่อ TFD เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานปีนี้จะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2561 ที่มีผลกำไรจากการดำเนินงานเกือบ 180 ล้านบาท แต่เนื่องจากต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนการกิจการร่วมค้าที่ลงทุนโครงการคอนโดมิเนียม The Artisan ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 93 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีผลกำไรสุทธิในปี 2561 เท่ากับ 85 ล้านบาท

นายอภิชัยกล่าวว่า สำหรับปีนี้คาดว่ารายได้จากการขายที่ดินจะเป็นปัจจัยหลักที่จะสร้างรายได้ และผลักดันผลประกอบการของบริษัทให้เติบโตต่อเนื่องจากปี 2561 เพราะธุรกิจนิคมฯ มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง และปัจจุบันมีลูกค้าที่สนใจซื้อที่ดินโครงการของบริษัทอยู่หลายรายทั้งผู้ประกอบการเดิมที่อยู่ในนิคมฯ และลูกค้ารายใหม่ เนื่องจากโครงการของบริษัทเป็นนิคมฯ ที่ตั้งอยู่ในเขต EEC ติดแนวถนนมอเตอร์เวย์ยาวเกือบ 4 กิโลเมตร (กม.) และติดถนนบางปะกง-ฉะเชิงเทรา และยังเป็นนิคมฯที่ตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯมาก มั่นใจว่าจะสามารถปิดยอดขายที่ดินในนิคมฯ ทีเอฟดี 2 ได้ไม่น้อยกว่า 200 ไร่ โดยมีลูกค้ารายใหม่หลายรายจากประเทศจีนกำลังตัดสินใจย้ายฐานการลงทุนมาไทย ผลพวงจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ

ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าในประเทศอังกฤษ อยู่ระหว่างการเจรจาขาย Warehouse 1 แห่ง คาดว่าจะสามารถขายและรับรู้รายได้ไม่เกินกลางปีนี้ มูลค่าประมาณ 700-800 ล้านบาท ส่วนธุรกิจคลังสินค้าในไทยเป็นคลังสินค้าให้เช่า มีแนวโน้มที่ดี คาดว่าน่าจะปล่อยเช่าพื้นที่ได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 30,000 ตร.ม. เมื่อรวมกับพื้นที่เช่าเดิมอีกประมาณ 32,000 ตร.ม. ยอดรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 62,000 ตร.ม. และบริษัทมีนโยบายจะขายคลังสินค้าบางส่วนเป็นสินทรัพย์หลักของกอง REIT ซึ่งน่าจะมีขนาดเสนอขายไม่น้อยกว่า 2,000-2,500 ล้านบาท และคาดว่ารายได้ในส่วนนี้ บริษัทจะรับรู้เข้ามาประมาณไตรมาส 4 ปี 2562 หรืออย่างช้าไม่เกินกลางปี 2563 และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทได้ทำสัญญาซื้อขายโรงงานและคลังสินค้าที่บางเสาธง จำนวน 2 หลัง คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ในไตรมาส 1 ปีนี้ มูลค่าขายรวมประมาณ 100 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาขายเพิ่มเติมอีก 1 หลัง ตั้งเป้าปิดการขายได้ในไตรมาส 1 เช่นกัน

นายอภิชัย กล่าวถึงธุรกิจคอนโดมิเนียมว่า บริษัทได้ร่วมลงทุนโครงการ The Artisan กับพันธมิตรด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากประเทศจีน มูลค่าโครงการรวม 6,800 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจองแล้วเกือบ 60% มีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปแล้วประมาณ 30% คาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนดังกล่าวในช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป