เมื่อวันที่ 13 มีนาคม สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน(ERS) จัดดีเบต…ส่องนโยบายพลังงาน#เลือกตั้ง
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำเรื่องแรกในภาคพลังงานคือเลิกทะเลาะกัน ทุก ฝ่ายควรร่วมกันกำหนดนโยบายพลังงาน เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน โดยพรรคมีนโยบายดูแลราคาเชื้อเพลิงให้ถูกลง โดย ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร และต้องมีการปรับโครงสร้างกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เพื่อสอดรับนโยบาย
นายสันติ กีระนันทน์ ตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล จะทบทวนการแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ 2018 (พีดีพีใหม่) โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจาก 20% เป็น 50% ตามกระแสเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ผลักดันการผลิต ไฟฟ้าจากถ่านหินสะอาดและมีราคาถูก แต่ต้องทำความเข้าใจกับภาคสังคมเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่ยืนยันพรรคไม่มีนโยบายดึงปตท.ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เพราะจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ แต่ ปตท.ควรจะทบทวน คณะกรรมการบริหารที่มีตัวแทนจากภาครัฐเข้ามาดำรงตำแหน่งมากเกินไป จนเกิดความไม่โปร่งใส
นายระวี มาศฉมาดล ตัวแทนพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า พรรคประกาศนโยบายลดราคาน้ำมันลง 5 บาทต่อลิตร และลดราคา ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ขนาดถัง 15 กก. เหลือ 250 บาทต่อถังโดยไม่ใช้ภาษีประชาชน และยุติการผูกขาดธุรกิจทุกประเภทที่รัฐถือหุ้น เกิน 30% โดยเข้าไปตรวจสอบสัญญาทุกฉบับ อาทิ การประมูลปิโตรเลียม หากมีความไม่โปร่งใสจะนำมาทบทวนใหม่ทั้งหมด ทั้ง ยังเสนอให้จัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ หรือ (เอ็นโอซี) แก้กฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ

