น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่ง เสริมการลงทุน หรือ บอร์ดบีโอไอ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติในหลักการแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ในฐานะเจ้าของสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน สำหรับกิจการที่ได้รับสัมปทาน จะได้รับสิทธิประโยชน์ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี (ทั้งนี้ รวมกันไม่เกิน 100% ของเงินลงทุน โดยไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) ทั้งนี้ รฟม. จะต้องระบุสิทธิประโยชน์ดังกล่าวไว้ในประกาศเชิญชวน (ทีโออาร์) อย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้ประมูลทุกรายทราบโดยทั่วกัน
นอกจากนี้เห็นชอบให้การส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก(PHEV) หรือปลั๊กอินไฮบริด แก่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,130 ล้านบาท ตั้งโครงการในจังหวัดชลบุรี โครงการนี้จะใช้ชิ้นส่วน สำคัญที่ผลิตในประเทศ และมีแผนพัฒนาผู้ผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลตามมาตรการส่ง เสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคให้เป็นแหล่งรองรับและเสริมสร้างการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในประเทศได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งสนับสนุนการลงทุนในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซีไอ ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้กำหนดพื้นที่ เขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ(จังหวัดเชียงใหม่) อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(จังหวัดขอนแก่น) และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้(จังหวัดสงขลา)
สำหรับกิจการใดที่เป็นกิจการเป้าหมายในพื้นที่อีอีซีไอ แต่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ ก็สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ตาม มาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ได้ โดยจะต้องยื่นขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตาม มาตรการอีอีซี ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2562 และย้ายไปตั้งอยู่ในเขตอีอีซีไอ ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 ซึ่งนอกจากจะได้ รับสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามหลักเกณฑ์พื้นฐานของแต่ละประเภทแล้ว ยังจะได้รับการยกเว้นภาษีเงิน ได้นิติบุคคล 2 ถึง 4 ปี และบางกิจการจะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล ร้อยละ 50 เป็นเวลา 5 ปี เพิ่มเติมอีกด้วย
กิจการเป้าหมายที่สามารถขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมดังกล่าวได้ เช่น กิจการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ การวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีชีวภาพ บริการออกแบบทางวิศวกรรม บริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ บริการสอบเทียบมาตรฐาน สถานฝึกฝนวิชาชีพ กิจการพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมาย เป็นต้น
“ปัจจุบันอุทยานวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการประกาศเป็นเขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเพียงแห่ง
เดียวเท่านั้น คือ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ดังนั้น การกำหนดพื้นที่เพิ่มเติมในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยทำ ให้นักลงทุนมีทางเลือกเพิ่มเติม ยังจะเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคมีโอกาสในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ได้ง่ายขึ้น สามารถเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ได้สะดวกขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลให้สามารถสร้างรายได้ที่สูงขึ้นได้ต่อไปในอนาคต”น.ส.ดวงใจกล่าว

