
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ว่า สำนักงาน กสทช. ได้ส่งหนังสือแจ้งมติที่ประชุม กสทช. ที่ให้มีการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ไปยัง บริษัท อสมท จำกัด แล้ว เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของหน่วยงานดังกล่าวว่าจะมีข้อโต้แย้งหรือมีคำตอบอย่างไร ทั้งนี้ เมื่อได้รับความคำตอบจะนำเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. ต่อไป
นายฐากร กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการจ้างที่ปรึกษา เพื่อประเมินมูลค่าการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งประกอบด้วย 3 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ซึ่งหากเป็นไปตามขั้นตอน คาดว่า การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ น่าจะเกิดขึ้นประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน 2562
“การให้บริการ 5G มีผลต่อภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรม หากเทคโนโลยีไม่เกิดขึ้น จะทำให้ผู้ประกอบการในภาคการผลิตเสียโอกาส ซึ่ง กสทช. มองว่า อย่างช้า 5G ต้องเกิดในช่วงปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวว่า กรณีที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) มองว่า ปี 2563 เป็นปีที่ต้องมีการลงทุนมหาศาล ทั้งการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ และการลงทุนพัฒนาเครือข่ายเพื่อรองรับ 5G รวมถึงค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ด้วย ฉะนั้น จึงคาดว่า ปี 2564 น่าจะเป็นปีที่พร้อมให้บริการ 5G ได้ โดยอาจกำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตตามกลุ่มผู้ใช้งาน (ใบอนุญาตขนาดเล็ก) ซึ่งมีการอนุญาตเฉพาะบางพื้นที่ เช่น นิคมอุตสาหกรรม และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
“5G มีประโยชน์กับทั้งอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมการผลิต ดังนั้น การขับเคลื่อน 5G อาจไม่ใช่การขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการที่อุตสาหกรรมภาคต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการนำคลื่นความถี่ไปใช้บริการ ฉะนั้น การประมูลคลื่นความถี่ระดับชาติจึงต้องเกิดขึ้น” นายฐากร กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

