“TRT” ชี้รัฐใช้ระบบอีบิดดิ้งซื้อหม้อแปลงไฟฟ้า ทำกระบวนการล่าช้าฉุดยอดขายปีที่แล้ว แต่มั่นใจปีนี้โต20%

16.03.19 | 16:08 น.

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้ผลิต จำหน่าย และซ่อมบำรุง หม้อแปลงไฟฟ้าทุกขนาดของคนไทย เปิดเผยถึงภาวะอุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนในประเทศว่า มีการปรับตัวลดลง เนื่องจากนโยบายรัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดซื้อจากเดิม เป็นระบบ E-Bidding ทำให้เกิดความล่าช้า และชะงักงันต่อการใช้งบประมาณในการจัดซื้อ ปี 2560-2561 ส่งผลให้ยอดรับคำสั่งซื้อของหม้อแปลงไฟฟ้าของภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศ ลดลง จาก 1,625 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 931 ล้านบาท ในปี 2561 ในส่วนภาคส่งออก ปรับตัวดีขึ้นจาก 174 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 789 ล้านบาท ในปี 2561 เนื่องจากรับงาน project ใหญ่ ที่สิงค์โปร์ คิดเป็นร้อยละ 51% ของภาคส่งออก


นายสัมพันธ์กล่าวว่า ทั้งนี้ บริษัทมีมูลค่างานคงเหลือ ณ. 31/12/2561 ในส่วนของหม้อแปลงไฟฟ้าอยู่ที่ 1,039 ล้านบาท ซึ่งจะส่งมอบในปี 2562 จำนวน 788 ล้านบาท และ 251 ล้านบาท ในปี 2563 ในปี 2562 บริษัทมีการส่งมอบสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูง โดยเฉพาะ ภาคส่งออก ทำให้ กำไรขั้นต้นของหม้อแปลงไฟฟ้า ปรับตัวจาก 16.77% ใน ปี 2560 มาเป็น 18.76% ในปี 2561 อย่างไรก็ตามบริษัทฯ คาดการณ์ว่า ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าในปี 2562 โดยรวม ยังคงปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการใช้งบประมาณของภาครัฐกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และภาคเอกชนมีความต้องการมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนของภาครัฐทางด้าน Infrastructure และที่สำคัญ บริษัทฯ ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด คือหม้อแปลงไฟฟ้าชนิดพิเศษที่เรียกว่า Unit Substation เพื่อตอบสนองต่อนโยบายในการนำสายไฟฟ้าอากาศลงสู่ใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง ที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งอาเซียน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพย์สิน และคำนึงถึงภูมิทัศน์ รักษาสภาพแวดล้อมให้สวยงาม

“ในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ สำหรับงานจัดซื้อจัดจ้างหม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 333.33 MVA 500 kV จำนวน 6 เครื่อง สำหรับโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และ กรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า ตามแผน PDP มูลค่างาน 268 ล้านบาท โดยมีกำหนดส่งมอบในปี 2563 ซึ่งเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่ง TRT เป็นผู้ผลิต 1 ใน 2 ของประเทศ” นายสัมพันธ์กล่าว

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า รายได้ของกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่หม้อแปลงไฟฟ้า (Non-Transformer Group) ว่า เนื่องจากในปี 2560-2561 ทางภาครัฐยังคงชะลอการประมูลสำหรับโครงการใหญ่ๆ ส่งผลให้ TRT E&S ได้รับงานลดลง ในปี 2561 จำนวน 61 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยรายได้จากการขายรถกระเช้า 23 ล้านบาท และ รายได้จากการบริการ 38 ล้านบาท ทางบริษัทฯ คาดการณ์ว่า การประมูลน่าจะกลับมาสูภาวะปกติในปี 2562 โดยประมาณการมูลค่างานที่รอประมูลในปี 2562 อยู่ที่ 1,857 ล้านบาท ซึ่ง TRT E&S มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 15% -20% ประมาณการส่งมอบในปี 2562-2563

Advertisement

นอกจากนี้ ทางบริษัท LDS ในปี 2561 เนื่องจากรายได้ยังเติบโตไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย มีผลให้ขาดทุนสุทธิ 74 ล้านบาท ประกอบด้วย การปรับปรุงผลประโยชน์ทางภาษีที่ยังไม่ได้ใช้ของปีก่อนๆ ที่เคยรับรู้เป็น จำนนวน 21 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 54 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ทาง LDS มีมูลค่างานคงเหลือ ณ.สิ้น ธันวาคม 2561 อยู่ที่ 80 ล้านบาท ที่มีกำหนดส่งมอบในปี 2562 ทั้งหมด ในขณะที่มีงานที่อยู่ระหว่างการติดตาม ณ.สิ้นธันวาคม 2561 ทั้งสิ้น 1,424 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ามีโอกาสจะเป็นยอดรับคำสั่งซื้อได้ประมาณ 20 – 25% อีกด้วย