นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบหมายให้ทีโอที เป็นผู้รับผิดชอบโครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ โครงการดังกล่าว ได้รับการโหวตกระทั่ง ติด 1 ใน 5 โครงการพื้นฐานของสารสนเทศและการสื่อสารที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งจัดขึ้นโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการเน็ตประชารัฐ สามารถเข้าถึงประชาชนกว่า 1 ล้านคน ซึ่งคาดว่า ในปี 2563 จะขยายเพิ่มเป็น 10 ล้านคน
นายมนต์ชัย กล่าวว่า นอกจากโครงการเน็ตประชารัฐแล้ว ทีโอที ยังมีโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ได้แก่ โครงการทดสอบ 5G (5G Testbed) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี), โครงการขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (โครงการบิ๊กร็อค), โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ (โซนซี) หรือโครงการยูโซ่เน็ตและโครงการติดตั้งระบบโทรคมนาคมของหน่วยงานภาครัฐ
“สำหรับโครงการบิ๊กร็อค ขณะนี้ อยู่ระหว่างดำเนินงานปรับปรุงโครงข่ายเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเคเบิลใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ ออฟติก) โดยทำการวางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังโรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐที่ยังไม่มีการเข้าถึง รวมถึงดำเนินการขยายความจุอินเตอร์เน็ต (แบนด์วิดท์) ให้กับโรงพยาบาลเพื่อรองรับการตรวจรักษาทางไกล (เทเลเมดิซีน) นอกจากนี้ ยังมีโครงการยูโซ่เน็ต ซึ่งทีโอทีเป็นผู้ชนะการประมูล และรับหน้าที่ก่อสร้างอาคารศูนย์ยูโซ่เน็ต จำนวน 391 แห่ง โดยจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในพื้นที่ชายขอบดังกล่าวด้วย” นายมนต์ชัย กล่าว
นายมนต์ชัย กล่าวว่า ส่วนโครงการ 5G Testbed ทีโอที ได้ลงทุนด้านการพัฒนาเครือข่าย โดยนำระบบการส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน (อินฟราสตรัคเจอร์ แชร์ริ่ง) มาทดสอบ ซึ่งปัจจุบันประเทศผู้นำด้านคมนาคมหลายประเทศมีการนำมาใช้ ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการนี้ คือ ลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในติดตั้ง รวมถึงสามารถขยายโครงข่ายได้ครอบคลุมมากขึ้น
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


