นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในการสัมมนาเชิงวิชาการเรื่องการปฏิรูป WTO มุมมองของอาเซียน (WTO Reform: Perspectives for ASEAN Countries) ที่กรมฯร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน และองค์การการค้าโลก (WTO) จัดเมื่อวันที่14-15 มีนาคมที่ผ่านมา ที่กรุงเทพฯ เพื่อให้สมาชิกอาเซียนได้แลกเปลี่ยนมุมมอง และรับทราบความคืบหน้าการหารือเรื่องการปฏิรูปWTO ที่เกิดขึ้นที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่องค์การการค้าโลก และมีประเทศที่มีบทบาทสำคัญใน WTOเช่น แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน และญี่ปุ่น ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสัมมนา
นางอรมน กล่าวว่า ในที่ประชุมได้ตระหนักถึงความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่หลายประเทศเริ่มนำมาตรการกีดกันทางการค้ามาใช้ ถือเป็นการท้าทายอำนาจและบทบาทของ WTO ที่มีหน้าที่กำกับดูแลประเทศสมาชิกให้ปฏิบัติตามกติกาและกฎระเบียบการค้าโลก โดยเฉพาะหลักการค้าเสรี เป็นธรรม และโปร่งใส ส่งผลให้สมาชิก WTO เร่งหารือเพื่อหาทางธำรงรักษาระบบการค้าพหุภาคีและคลี่คลายสภาวะความตึงเครียดทางการค้า โดยเห็นว่าจำเป็นต้องปฏิรูปองค์การการค้าโลก ซึ่งก่อตั้งมา 25 ปี ให้เท่าทันพัฒนาการของการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปมากในปัจจุบัน ตลอดจนปรับปรุงกลไกการทำงานของ WTO ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นางอรมน กล่าวว่า โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปใน 4 ประเด็น คือ 1.ปรับปรุงกลไกการทำงานของ WTO ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะหลักความโปร่งใส การแจ้งข้อมูลการออกกฎระเบียบ หรือมาตรการทางการค้าใหม่ๆ ให้สมาชิกอื่นทราบอย่างทันท่วงที เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกอื่นได้หารือสอบทานว่ามาตรการที่ใช้จะต้องสอดคล้องกับความตกลง ทั้งการสร้างแรงจูงใจ ลงโทษผู้ไม่ปฏิบัติตาม หรือให้การช่วยเหลือด้านเทคนิคกับผู้ที่มีปัญหาในการปฏิบัติ เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีปัญหาว่า สมาชิกหลายประเทศละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาของ WTO ในเรื่องการเวียนแจ้งข้อมูลทางการค้า
2. ปรับปรุงกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของWTOโดยเฉพาะการทำหน้าที่ขององค์กรอุทธรณ์ (Appellate Body) ที่ต้องมาพิจารณากันใหม่ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาอาจใช้อำนาจหน้าที่เกินไปจากที่ความตกลง WTO กำหนดไว้ เช่น ใช้เวลาในการพิจารณาคดีเกินกว่า 90 วันที่ความตกลงกำหนดไว้ มีการวินิจฉัยเกินไปกว่าการฟ้องร้องและความจำเป็นในการตัดสินคดี มีการนำคำวินิจฉัยขององค์กรอุทธรณ์ไปใช้เป็นบรรทัดฐานทางกฎหมาย หรือแม้สมาชิกองค์กรอุทธรณ์หมดวาระแล้ว แต่ยังทำหน้าที่พิจารณาคดีที่ค้างอยู่ เป็นต้น
3. ผลักดันการเจรจาเพื่อจัดทำกฎระเบียบการค้าโลกให้คืบหน้า โดยขณะนี้WTO ประสบปัญหาการเจรจารอบโดฮาไม่คืบหน้า(เปิดเจรจาปี 2544) มีการหารือว่าจะผลักดันการเจรจาที่ค้างอยู่ให้คืบหน้าอย่างไร หรือจะหาข้อสรุปการเจรจาบางเรื่องที่มีความเร่งด่วนก่อน เช่น จัดทำความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมง จัดทำความตกลงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น และ4. การทบทวนสิทธิพิเศษและแตกต่าง (special and differential treatmentหรือที่เรียกว่า S&D) ที่ประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาน้อยที่สุดได้รับ เช่น ระยะเวลาการปรับตัวที่นานกว่า การปฏิบัติตามข้อผูกพันที่น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และแคนาดา ยื่นข้อเสนอใน WTO ให้มีการทบทวน S&D โดยอาจกำหนดคำนิยาม หรือกำหนดหลักเกณฑ์การให้สิทธิ S&D ขึ้นใหม่ โดยพิจารณาตามเหตุผลความจำเป็น การเติบโตและพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาน้อยที่สุดที่เคยได้รับ S&D ว่าจะยังคงได้รับสิทธิ S&D ต่อไปหรือไม่ โดยมีประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ รวมทั้งไทยเห็นว่าหลักการ S&D เป็นหลักพื้นฐานที่จำเป็นของ WTO ที่จะช่วยเตรียมความพร้อม และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการค้าโลก
นางอรมน กล่าวว่า อาเซียนกังวลและจะให้ความเร่งด่วนของการปฏิรูป WTOโดยเฉพาะเมื่อกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของ WTOใกล้หยุดทำงาน เนื่องจากไม่สามารถเลือกสมาชิกองค์กรอุทธรณ์จะว่างลงรวม 6 ใน 7 ตำแหน่ง ในเดือนธันวาคมนี้ สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และเป็นสมาชิก WTO เห็นพ้องให้หยิบยกเรื่องนี้หารือกันต่อในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน ต้นเดือนเมษายนนี้ ที่ประเทศลาว เพื่อหาท่าทีร่วมอาเซียนเรื่องการปฏิรูป WTO และร่วมแสดงบทบาทของอาเซียนในการกู้วิกฤติขององค์กร และธำรงไว้ซึ่งความสำคัญของระบบการค้าพหุภาคี หลักการค้าเสรีที่เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ วิตกว่าหากล่าช้า อาจกระทบต่อการค้าทั่วไปหากมีข้อพิพาทและไม่มีกลไกระงับข้อพิพาทจนมีการนำมาตรการตอบโต้ทางการค้ามาใช้จะเกิดผลกระทบได้ไม่แค่คู่กรณี อาจกระทบต่อถึงการค้าโลกด้วย หากไม่มีที่พึ่งพาในการไกล่เกลี่ยหรือชี้ขาด
“ซึ่งเหลือเวลาอีก 8 เดือนสมาชิกองค์กรอุทธรณ์ก็จะเหลือแค่ 1 ตำแหน่ง ซึ่งไม่ครบ 3 คนก็ไม่สามารถดำเนินการอย่างไรได้ โดยปัจจุบันมีคดีทั่วโลกคงค้าง 14 คดี เฉพาะไทยในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา ได้มีการฟ้องผ่านWTO 14 คดี ไทยถูกฟ้อง 4 คดี และ 92 คดีไทยเข้าร่วมเป็นประเทศฝ่ายที่สาม (third party) เพื่อรับฟังการพิจารณาคดี “นางอรมน กล่าวและว่า ปัจจุบัน WTO มีสมาชิก 164 ประเทศ ปี 2560 ไทยมีมูลค่าการส่งออกและการนำเข้าสูงเป็นลำดับที่ 15 ของโลก โดยส่งออกมีมูลค่า 237 พันล้านเหรียญสหรัฐ และการนำเข้ามีมูลค่า 223 พันล้านเหรียญสหรัฐ

