‘ศิริ’ตัดริบบิ้นปชช.ผลิตไฟใช้เอง นำร่อง 100 เมกฯ รับสมัครพ.ค.นี้

20.03.19 | 21:18 น.

‘ศิริ’ตัดริบบิ้นโซลาร์ปชช.นำร่อง 100 เมกฯ รับซื้อเข้าระบบ 1.68 บาท/หน่วย รับสมัครพ.ค.นี้ คาด 10 ปีครอบคลุม 2 แสนครัวเรือน เงินสะพัด 4 หมื่นล้านบาท

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการเปิดตัวโครงการ”โซลาร์ภาคประชาชน”ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ว่าการดำเนินงานโครงการเป็นไปตามดำเนินการตามมติคณะกรรมการการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่ได้กำหนดหลักการนำร่องรับจดทะเบียนเจ้าของบ้านและอาคารที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ ประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ต้องการติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์(โซลาร์)เพื่อใช้เองและสามารถเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของรัฐได้เพื่อขายผลผลิตไฟส่วนเกินจากการใช้เข้าสู่ระบบโดยจำนำร่อง 100 เมกะวัตต์ ต่อปีตลอดระยะเวลา 10 ปีรวมเป็น 1,000 เมกวัตต์ โดยจะเริ่มจดทะเบียนได้ตั้งแต่พฤษภาคม 2562

“ราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราไม่เกิน 1.68 บาทต่อหน่วย ตั้งเป้าว่าจะครอบคลุมผู้ที่สนใจทั้งสิ้น 200,000 ครัวเรือนในช่วง 10 ปี โดยสนับสนุนให้ผู้ผลิตแผงโซลาร์และผู้ประกอบการติดตั้งระบบในประเทศ รวมถึงสถาบันอาชีวะศึกษา มีส่วนร่วมในธุรกิจติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ คาดว่าในช่วง 10 ปีนี้จะเกิดเงินหมุนเวียนกว่า 40,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ดำเนินการเรื่องโซลาร์เตรียมเข้ารวมกว่า 30 รายแล้ว”นายศิริกล่าว

นายศิริกล่าวว่า โครงการนี้เป็นครั้งแรกที่เปิดรับซื้อไฟได้ เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากช่วงแรกมีคำขอเข้าร่วมโครงการมากกว่าโควต้าที่กำหนด 100 เมกฯต่อปีอาจจะพิจารณารับทั้งหมดเลย แต่ขอดูความพร้อมของระบบก่อน อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุบันจะอยู่ในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลชุดใหม่แต่โครงการนี้ไม่น่าได้รับผลกระทบหรือต้องเปลี่ยนแปลง แต่หากยกเลิกต้องมีเหตุผลที่ดีพอสมควรหรือจะมีโครงการอื่น ๆ ที่มาช่วยเหลือประชาชนที่ดีกว่านี้

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธาน กกพ. กล่าวว่า กกพ.จะเริ่มประชาสัมพันธ์ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้ และเปิดรับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการผ่านการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการไฟฟ้าภูมิภาค(กฟภ.) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทยอยประกาศรายชื่อที่ผ่านพิจารณาตั้งแต่มิถุนายน 2562 และกำหนดจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์(ซีโอดี)ภายในปี 2562 จึงอยากให้ประชาชนได้มีการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วย

Advertisement

น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ กกพ. กล่าวว่าเป้าหมายรับซื้อรวม 100 เมกวัตต์ แบ่งเป็นในพื้นที่ กฟน.30 เมกะวัตต์ และ กฟภ. 70 เมกะวัตต์ และราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราไม่เกิน 1.68 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อยาวนาน 10 ปี ทั้งนี้เงินลงทุนของผู้ที่จะติดตั้งอยู่ที่ประมาณ 30,000-40,000 บาทต่อ 1 กิโลวัตต์ พื้นที่ต้องการ 7 ตารางเมตรตอ 1 กิโลวัตต์ จะสามารถผลิตไฟฟ้าเฉลี่ย 1,489.2 หน่วยต่อปี