นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GMM เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ระยะ 5 ปี (2562 -2566) ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละมากกว่า 10% ผ่านกลยุทธ์ 5 ด้าน คือ 1.การสร้างเพลงฮิตใหม่ให้กับศิลปินที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว และการสร้างศิลปินใหม่และเพลงใหม่ โดยแต่ละปีจะมีการสร้างเพลงใหม่ 500 เพลง ทั้งป็อป ร็อค ลูกทุ่ง(แกรมมี่ โกลด์) รวมทั้งฮิพฮอพ ที่จะมีการเปิดตัวในปีนี้ เพื่อให้เพลงสร้างรายได้ทั้งผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม งานจ้างและสปอนเซอร์ชิป 2. สร้างออริจินัลคอนเทนต์เฉพาะให้กับแพลตฟอร์มแต่ละแพลตฟอร์มที่เป็นพันธมิตร อาทิ จูกซ์ สปอตติฟาย ไลน์ทีวี เน็ตฟลิกซ์ เอไอเอสเพลย์ เป็นต้น ซึ่งเปิดกว้างการร่วมมือทำงานทั้งศิลปินของจีเอ็มเอ็มมิวสิค และศิลปินค่ายอื่นๆ คาดว่าจะมีการสร้างเพลงใหม่ประมาณ 100 เพลงในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนพรหมแดนของวงการดนตรีไทย และสามารถขยายไปสู่การจัดอีเว้นท์และคอนเสิร์ตได้เป็นการผนึกออนไลน์และออนกราวด์เข้าด้วยกัน 3.ขยายธุรกิจโชว์บิซและเมอร์แชนไดซิ่ง ทั้ง มิวสิค เฟสติวัล และคอนเสิร์ตรูปแบบต่าง ๆ ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ ทุกสเกลตอบสนองความนิยมของผู้บริโภค เช่น บิ๊กเม้าท์เทน นั่งเล่น ว้อทเดอะเฟส และคอนเสิร์ตเดี่ยว 4.การทำธุรกิจด้านลิขสิทธิ์ ในรูปแบบบริการให้กับธุรกิจต่างๆ เช่น รายการเพลงทางโทรทัศน์ คาราโอเกะ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายคืนรายได้ให้กับคนเบื้องหน้าและเบื้องหลังและ 5. ออนไลน์คอนเทนต์ ตั้งแต่ปี 2562 จะรุกตลาดออนไลน์คอนเทนต์เต็มที่เพื่อขยายฐานลูกค้าโดยได้มีการเปิดตัวหน่วยงานใหม่ คือ ซน เป็นออนไลน์ครีเอเตอร์ฮับ จะมีการผลิตคอนเทนต์ให้กับแพลตฟอร์มออนไลน์ เน้นสื่อสารทั้งเพลง สื่อสารความเป็นตัวตนและดีเอ็นเอของศิลปิน ทั้งคอนเทนต์ด้านอาหาร ท่องเที่ยว และไลฟ์ไตล์ของศิลปิน เป็นต้น
“ทุกวันนี้ธุรกิจเพลงไม่ได้แข่งขันเอง แต่ต้องแข่งขันกับทุกธุรกิจเพื่อแย่งเวลาของผู้บริโภค เพราะให้อยู่กับเพลงหรือคอนเทนต์ของเรา เพราะความสนใจของผู้บริโภคมีหลากหลายมากและอาจจะใช้เวลาไม่นานกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ผ่านมาจีเอ็มเอ็ม มิวสิคปรับโครงสร้างทำให้โมเดลธุรกิจง่ายขึ้น ทั้งด้านผลิต การตลาด การขาย เพิ่มบุคลากร ลงทุนด้านดิจิทัลและดาต้าอนาไลติกส์ นอกจากนี้ต้องมีความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อต่อสู่กับดิสรัปชั่นที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจเพลงอย่างรวดเร็ว อยากให้ทุกค่ายเพลงมีการปรับตัวเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต” นายภาวิต กล่าว
นายภาวิต กล่าวว่า สำหรับปี 2562 ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตอย่างน้อย 10% หรือรายได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่ ปี 2561 ที่ผ่านมามีรายได้ 3,738 ล้านบาท เติบโต 22% เทียบกับปี 2560 สูงกว่าตลาดเพลงโลกที่มีอัตราเติบโต 8.1% เป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลโดยรวมเติบโต 37% ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะด้านดิจิทัล แพลตฟอร์ม จะเติบโตสูงถึง 83% ตามมาด้วยธุรกิจโชว์บิซฯ ที่เติบโตสูงถึง 113% ธุรกิจลิขสิทธิ์ที่เติบโต 19% ธุรกิจบริหารศิลปินและงานจ้างเติบโตขึ้น 10% และธุรกิจโรงเรียนดนตรีเติบโตขึ้น 12% ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้หลักของจีเอ็มเอ็ม มิวสิค มาจากธุรกิจงานจ้างและสปอนเซอร์ชิปมีสัดส่วนรายได้ที่ 40% ธุรกิจ ดิจิทัล 25% และธุรกิจโชว์บิซ 15% คาดว่าใน 5 ปีข้างหน้ารายได้จะเปลี่ยนสัดส่วนเป็นดิจิทัล 45% ธุรกิจงานจ้างและสปอนเซอร์ชิป รวมทั้งอื่นรวม 55%

