หน้าแรก เศรษฐกิจ ปตท.สผ.ปักธงม...

ปตท.สผ.ปักธงมาเลฯซื้อกิจการของเมอร์ฟี่ ออยล์ฯ-ชนะประมูล2แหล่ง

23.03.19 | 07:24 น.

ปตท.สผ.ควัก6.75หมื่นล.ซื้อกิจการของเมอร์ฟี่ ออยล์ฯ ในมาเลเซีย พร้อมรับพนง.600คนทำงานต่อ เฮ!!ชนะประมูล2แหล่งปิโตรเลียม ขึ้นเบอร์3ลงทุนสูงสุด

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี เอชเค ออฟชอร์ จำกัด หรือ พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นทั้งหมดในบริษัทย่อยของ เมอร์ฟี่ ออยล์ คอร์ปอเรชั่น ได้แก่ บริษัท เมอร์ฟี่ ซาบาห์ ออยล์ จำกัด และบริษัท เมอร์ฟี่ ซาราวัก ออยล์ จำกัด มูลค่าการซื้อขาย 2,127 ล้านดอลลารสหรัฐฯ(ประมาณ 67,500 ล้านบาท) การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ครอบคลุมแหล่งน้ำมันและแหล่งก๊าซธรรมชาติ จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการซาบาห์ เค, โครงการเอสเค 309 และเอสเค 311, โครงการซาบาห์ เอช, โครงการเอสเค 314 เอ และโครงการเอสเค 405 บี รวมทั้งสินทรัพย์ต่างๆ โดยปตท.สผ.ใช้เงินจากกระแสเงินสดของบริษัทในการเข้าซื้อกิจการ โดยคาดว่าการซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 2 ของปี 2562

“ปตท.สผ. มีความตั้งใจที่จะร่วมมือกับเมอร์ฟี่ ออยล์ คอร์ปอเรชั่น ให้การรับช่วงเป็นผู้ดำเนินการผลิตและการดำเนินการต่างๆ และยินดีรับพนักงานเมอร์ฟี่ทั้ง 600 คนเข้าทำงานต่อ”นายพงศธรกล่าว

นายพงศธรกล่าวว่า นอกจากนี้ปตท.สผ. โดยพีทีทีอีพี เอชเคโอ ยังร่วมกับบริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต(พีเอสซี) กับบริษัท ปิโตรเลียม เนชั่นแนล เบอร์ฮาด หรือ ปิโตรนาส เพื่อรับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจพีเอ็ม 407 และพีเอ็ม 415 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณนอกชายฝั่งเพนนินซูลาร์ มาเลเซีย จากการชนะการเปิดประมูลสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในปี 2561 ของประเทศมาเลเซีย โดยภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตดังกล่าว พีทีทีอีพี เอชเคโอ จะเป็นผู้ดำเนินการในทั้งสองแปลง โดยมีสัดส่วนการลงทุน 55% ในแปลงพีเอ็ม 407 และ 70% ในแปลงพีเอ็ม 415 ขณะที่ ปิโตรนาส ชาริกาลี ถือสัดส่วนการลงทุนที่เหลือในทั้งสองแปลง วางแผนสำรวจคลื่นไหวสะเทือนแบบ 3 มิติ และเจาะหลุมสำรวจ 2 หลุมในแปลงพีเอ็ม 407 และเจาะหลุมสำรวจ 2 หลุมในแปลงพีเอ็ม 415

“การเข้าซื้อกิจการเมอร์ฟี่ ออยล์ คอร์ปอเรชั่น และผลจากการชนะประมูล 2แหล่งในประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้ประเทศมาเลเซียเป็นหนึ่งในฐานการลงทุนใหญ่ของ ปตท.สผ. นอกเหนือไปจากการลงทุนในประเทศไทยและเมียนมา และส่งผลให้ ปตท.สผ. เป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรายใหญ่อันดับ 3 ในประเทศมาเลเซีย ในด้านของการถือครองปริมาณทรัพยากรปิโตรเลียม เพราะปัจจุบันมีการลงทุนในมาเลเซียหลายโครงการแล้ว ได้แก่ โครงการซาราวักเอสเค 410 บีที่เจาะหลุมสำรวจ โครงการซาราวักเอสเค 417 อยู่ระหว่างศึกษาด้านธรณีวิทยา และโครงการซาราวักเอสเค 438 อยู่ระหว่างเตรียมแผนการเจาะหลุมสำรวจ นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการผลิตก๊าซธรรมชาติในโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย รวมทั้ง ปตท.สผ. ยังได้ลงทุนในบริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ MLNG Train 9 ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซธรรมชาติเหลวอีกด้วย”นายพงศธรกล่าว

Advertisement