นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบราง เพื่อพัฒนาและขยายขีดความสามารถของประเทศ รวมถึงให้ระบบรางเป็นตัวเชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อในประเทศไทย และระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นงาน RAIL Asia Expo 2019 ที่จะจัดขึ้น เป็นแหล่งรวมเทคโนโลยีใหม่ ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และคู่ค้าจากทั่วทุกภูมิภาค เสมือนเป็นเวทีระหว่างประเทศสำหรับธุรกิจ การพัฒนา และเครือข่ายในอุตสาหกรรมระบบราง ตลอดจนโปรแกรมสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างวงกว้าง ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อตอบรับกับปรับโฉมการขนส่งระบบรางอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า
นายไพรินทร์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดนโยบายว่า ประเทศไทยถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้ภาคเอกชน จัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถไฟในประเทศ จากปัจจุบันผู้ประกอบการเดินรถไฟฟ้าเอกชนที่ให้บริการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ที่รับสัมปทานได้มีการนำเข้ารถไฟฟ้ามาจาก 5 ประเทศทั่วโลก คือ เยอรมนี, ตุรกี, จีน, ออสเตรีย และญี่ปุ่น เป็นต้น โดยแต่ละผู้ประกอบการก็มีซัพพลายเออร์และมาตรฐานที่หลากหลาย
จากการศึกษามีการคาดว่า หากจะมีการตั้งโรงงานผลิต ประกอบ ติดตั้งรถไฟ 1 โรงงานในไทย จะต้องมีการสั่งผลิตตู้รถไฟใหม่กว่า 300 ตู้/ปี ถึงจะถึงจุดคุ้มทุน ดังนั้น จึงเป็นที่มาที่กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการหารือร่วมกันในการส่งเสริมให้มีการตั้งโรงงานผลิตรถไฟในประเทศไทยจะเริ่มในปี 2020-2021 ซึ่งนอกจากจะมีการผลิต ประกอบรถไฟในประเทศแล้ว ในอนาคตโรงงานผลิตในไทยก็สามารถส่งออกรถไฟฟ้าไปสู่ประเทศในกลุ่ม CLMV ได้ เพราะปัจจุบันไทยก็มีการผลิตรถบัสให้กับกลุ่มประเทศเหล่านี้อยู่ คาดการณ์มีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยสามารถจะจัดตั้งโรงงานผลิตรถไฟ รถไฟฟ้าได้สูงถึง 3 โรงงาน มียอดการผลิตรวมสูงกว่า 900 ตู้/ปี ในปี 2027 ส่วนพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งโรงงานผลิตรถไฟ ประกอบรถไฟนั้น มองว่าพื้นที่ที่เหมาะสมควรอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการประกอบรถโดยสารสาธารณะอยู่แล้ว และการขนส่งรถไฟก็สามารถส่งทางระบบรางได้

“เมื่อมีความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถไฟในไทย ในอนาคต จะสามารถลดต้นทุนการนำเข้าจากต่างประเทศได้กว่า 10 เท่า จากเดิมมีการนำเข้ากว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อมีโรงงานผลิต ประกอบในไทยจะลดการนำเข้าเหลือเพียง 6,000-7,000 ล้านบาทเท่านั้น” นายไพรินทร์กล่าว
นอกจากนี้ ยังลดค่าใช้จ่ายการซ่อม-บำรุงรักษาได้อีกกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังเสริมให้คนไทยได้มีความรู้ในการผลิต เพิ่มการจ้างงานในระบบอุตสาหกรรมประกอบผลิตตัวรถได้อีกไม่น้อยกว่า 500 คน นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าอะไหล่ ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟ รถไฟฟ้าได้อีกกว่า 3,000 รายการ จากเดิมต้องนำเข้ากว่า 7,000-10,000 รายการ รวมถึงจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถไฟในอาเซียนด้วย เหมือนเช่นครั้งหนึ่งไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ หรือดีทรอยต์ของเอเชีย
ขณะนี้มีนักลงทุนจากต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี และเยอรมนีได้แสดงความสนใจที่จะเข้ามาขอจัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถไฟในประเทศไทย ส่วนขั้นตอนความคืบหน้าในการดำเนินการจัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถไฟ ขณะนี้นั้น ในส่วนของกระทรวงคมนาคมคือ 1.เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการจัดตั้งกรมราง เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการควบคุมระบบราง, 2.กระทรวงคมนาคมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ช่วยกันพิจารณาออก พ.ร.ฎ.จัดตั้งสถาบันวิจัยเทคโนโลยีระบบราง เพื่อเป็นคนกลางของการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งหากดำเนินการสำเร็จประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระบบรางรถไฟในภูมิภาคอาเซียน

นายเดวิด เอ็ทคิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้จัดงานแสดงเทคโนโลยีรถไฟ รถฟ้าความเร็วสูง และรถไฟใต้ดิน กล่าวถึงงาน RAIL Asia Expo 2019 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 28-29 มีนาคมนี้ ที่ลานกิจกรรม สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน ที่จะถึงนี้เป็นการจัดครั้งที่ 5 จะยิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ปี เพราะมีบริษัทใหญ่ด้านเทคโนโลยีระบบรางทั่วโลกแห่มาโชว์นวัตกรรมที่มากกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีบริษัทที่จัดแสดงกว่า 120 ราย, มีนักลงทุนต่างชาติร่วมงานกว่า 1,000 คน
งานแสดงในปี 2562 จะเป็นแหล่งชุมนุมความหลากหลายของเทคโนโลยีใหม่ ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และคู่ค้าจากทั่วทุกภูมิภาค โดยล่าสุดนี้มีบริษัทรายใหม่ยืนยันเข้าร่วมแสดงแล้ว อาทิ Bentley, TÜV SÜD, Caddy, Erico, Hoffman, Raychem, Schroff, Tracer, nVent, Damrongsilp, Siam Steel, Kangni Rail Equipment, Egis, Pt Len Industry, GMT, Duali Incorporation และ DB Schenker ขณะที่บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยังเข้าร่วมงานกันอย่างต่อเนื่อง เช่น Bombardier, CRRC, LSIS, Transdev, CRSC, Siemens, Voestalpine, Power Pusher, NuStar, Inoue Rubber, Anyang, Schneider Electric รวมถึงพาวิเลียนประเทศไทย และองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น ผู้ให้บริการเดินรถ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ปรึกษาโครงการ ยังมีการจัดแสดงจากพาวิเลียนสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านอุตสาหกรรมระบบรางของไทย ส่วนแสดงเทคโนโลยีใหม่ เตรียมพบโซลูชั่นสุดล้ำด้านงานระบบกลศาสตร์และไฟฟ้า สำหรับระบบรางในเอเชีย
นอกจากนี้ วันที่ 28 มีนาคม 2562 จะมีพิธีเปิดงาน ณ ชั้น 2 สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน และมีการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Assembly Plant Initiatives for Thailand” โดยนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม และเผยแผนอนาคตระบบขนส่งทางรางไทย “Future Projects of SRT” โดยนายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้า ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย อีกทั้งการสัมมนาที่น่าสนใจตลอดสองวันของการจัดงาน
งานนี้เข้าชมเทคโนโลยีชั้นนำใหม่ๆ อีกทั้งเพิ่มพูนความรู้ในเชิงสัมมนา และพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเครือข่ายได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


