นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาข้าวสารสต๊อกรัฐบาลปริมาณ 1.19 ล้านตัน ได้มีเอกชนยื่นซองคุณสมบัติและผ่านคุณสมบัติทั้งหมด 51 ราย แต่ยื่นซองเสนอราคาเข้ามา 48 ราย โดยเสนอซื้อข้าวใน 118 คลัง รวมปริมาณ 1.17 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ด้านราคา พบว่า เสนอซื้อปลายข้าวเอวันเลิศ เฉลี่ย 7,879 บาทต่อตัน ที่นำออกมาเปิดประมูลมากสุดถึง 7 แสนตัน ส่วนข้าวขาว 5% เสนอซื้อเฉลี่ย 1.12 หมื่นบาทต่อตัน และข้าวขาว 10% เสนอซื้อเฉลี่ย 1.05 หมื่นบาทต่อตัน
“พอใจราคาที่เสนอซื้อ ดูจากราคาข้าวขาว 5% ในตลาดตอนนี้อยู่ที่ 1.4 หมื่นบาทต่อตัน ข้าวขาว 10% ราคาตลาด 1.39 หมื่นบาทต่อตัน และปลายข้าวเอวันเลิศ 1.1 หมื่นบาทต่อตัน แม้ราคาต่ำกว่าตลาด แต่เป็นข้าวเก่า ระดับราคาที่เสนอถือว่าใช้ได้ โดยคณะทำงานระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลจะประชุมพิจารณาราคาและสรุปผลในวันที่ 23 พฤษภาคม ” นางดวงพร กล่าว
นางดวงพร กล่าวว่า หากระบายข้าวทั้งนี้หมด จะทำให้ข้าวสต๊อกรัฐบาลเหลืออีกประมาณ 10 ล้านตัน จากปัจจุบัน 11.4 ล้านตัน โดยการประมูลรอบต่อไปในเดือนมิถุนายน ซึ่งการระบายข้าวสต็อกของรัฐบาลชุดนี้มาแล้ว 14 ครั้ง สามารถระบายข้าวได้แล้ว 5.4 ล้านตัน มูลค่า 5.76 หมื่นล้านบาท และหากอนุมัติขายข้าวรอบล่าสุดที่เปิดประมูลเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม จะมียอดระบายข้าวทั้งหมด 6.5 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 6.76 หมื่นล้านบาท
นางดวงพร กล่าวว่า กรณีราคาข้าวเหนียวสูงกว่าข้าวหอมมะลิตันละ 1,000-2,000 บาท เบื้องต้นไม่น่าจะเกิดความผิดปกติในเรื่องราคา เท่าที่ตรวจสอบพบว่าผลผลิตข้าวเหนียวปีนี้ลดลง เพราะเกษตรกรหันไปปลูกข้าวหอมมะลิมากขึ้น ขณะที่ปีนี้มีความต้องการข้าวเหนียเพิ่มขึ้นผลกระทบของภัยแล้งและส่งออกข้าวเหนียวเพิ่มขึ้น ราคาจึงสูง แต่อย่างไรก็ตามข้าวเหนียว ถือเป็นข้าวชนิดพิเศษ คือขึ้นเร็วลงเร็ว ส่วนความคืบหน้าเจรจาขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)กับบริษัทคอฟโก้ ผู้นำเข้าข้าวของรัฐบาลจีน อีก 1 ล้านตัน ทางคอฟโก้ยืนยันจะเริ่มนำเข้าข้าวใน 1 แสนตันแรกในเดือนมิถุนายนนี้

