ว่าที่ร้อยเอกจิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคใดจะได้เป็นรัฐบาลชุดใหม่ ต้องรอหลังผล 3 อันดับแรกก่อน จึงจะสามารถคาดเดาได้ว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาลใหม่ได้ โดยเชื่อมั่นจัดตั้งรัฐบาลได้ทันกรอบเวลาที่กำหนดไว้ แต่ห่วงเรื่องของการบริหารงานหลังจากนั้นมากกว่า ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด มองว่าไม่มีทางที่พรรคการเมืองใหญ่จะได้เป็นรัฐบาลเพียงพรรคเดียว มองว่าจะออกมาแบบรัฐบาลผสม
ว่าที่ร้อยเอกจิตร์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่ควรเข้ามาผลักดันและแก้ไขเรื่องปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะเศรษฐกิจฐานรากกำลังแย่ แต่นโยบายของพรรคการเมืองขณะนี้เป็นนโยบายแบบประชานิยม จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้นเท่านั้น ระยะยาวยังไม่มีแผนดำเนินงานที่ชัดเจน ทุกพรรคบอกแต่วิธีการใช้เงินแต่วิธีการหาเงินยังไม่มีพรรคใดออกมา โดยการแก้เศรษฐกิจฐานรากต้องหาวิธีการแก้ไขในระยะยาวไม่ใช่แค่หากสินค้าเกษตรตัวใดราคาไม่ดีก็นำเงินไปสนับสนุนเพื่อเพิ่มราคาให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการใช้เงินงบประมาณของภาครัฐและเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น หากจะเพิ่มราคาสินค้าให้กับประชาชนฐานรากเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนชั่วคราวก็สามารถทำได้ แต่ระยะยาวไม่สมควรทำ เพราะเป็นเหมือนการแจกเงินโดยเปล่าประโยชน์เท่านั้น
“ หากเกิดรัฐบาลผสม ต้องดูว่าจะมีการรวมพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลผสมอย่างไร เนื่องจากหากมีพรรคเล็กมากเก้าอี้รัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆต้องแบ่งกันออกไป ภาคกลางจะได้เปรียบเล็กน้อย เพราะจำนวนคนไม่มาก แต่เป็นตัวแปรสำคัญอาจขอเป็นรัฐมนตรีว่าการในกระทรวงที่ดี หากกระทรวงดีๆการบริหารจัดการทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร จะเกิดปัญหาในหลายด้านขึ้นได้ โดยจากที่ผ่านมาหากมีพรรคเล็กๆ จำนวนมาก การต่อรองในเรื่องอำนาจการบริหารจะเกิดขึ้น และจะเกิดการขบคิดในการสร้างอำนาจให้กับพรรคของตนเอง แทนที่จะคิดหาทางบริหารประเทศ จึงอยากวิงวอนนักการเมืองของแต่ละพรรค ให้เห็นแก่ชาติบ้านเมือง เพราะถ้าทำแบบนั้นจะประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปได้ยากลำบากมาก ซึ่งอยู่ที่ตัวนักการเมืองว่าจะเป็นคนอย่างไรในการเข้ามาบริหารประเทศ ” ว่าที่ร้อยเอกจิตร์ กล่าว
ว่าที่ร้อยเอกจิตร์ กล่าวว่า ภาคเอกชนอยากเห็นกำลังซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประชาชนในระดับฐานรากกลับมาดีขึ้น การค้าขายดีขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดูแลเรื่องการค้าขายของพ่อค้าแม่ค้า และทำควบคู่ไปกับการจัดระเบียบพื้นที่ขายสินค้าต่างๆ เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ไม่ใช่ประเทศที่พัฒนาแล้วเหมือนกับประเทศในแถบตะวันตก อาทิ สหรัฐอเมริกา ทำให้การจัดระเบียบต้องดูด้วยว่าทำไปแล้วส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจแย่ลงหรือไม่ เพราะหากพ่อค้าแม่ค้าไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีรายได้จากงานประจำ อีกทั้งยังไม่ได้ค้าขายด้วย แล้วจะเลี้ยงชีพได้อย่างไร แต่ไม่ได้มองว่าการจัดระเบียบไม่ดี แต่ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป และต้องแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุถึงปลายเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่ทำมาหากินในพื้นที่ที่มีการจัดระเบียบเหล่านั้น
“เอาจริงๆ แล้วถ้าเห็นแก่ชาติบ้านเมือง ไม่ว่าพรรคไหนจะเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ก็ได้ แต่หากทำแบบเก่าต้องอย่าลืมว่าประชาชนจะไม่ยอมอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็แล้วแต่ ถึงแม้จะมาจากการเลือกตั้งแล้วก็ตามคือ ไม่ได้บอกว่าการเลือกตั้งไม่ดีนะ แต่ดีที่สุดคือ คนที่เข้ามาเป็นผู้นำประเทศจะต้องเป็นคนดีและมีคุณธรรม ”ว่าที่ร้อยเอกจิตร์ กล่าว

