‘บิ๊กฉัตร’ไม่ชงครม.ขอเพิ่มเงินซื้อยาง รอกฤษฎีกาตีความให้เสร็จก่อน

26.01.16 | 17:55 น.

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า ได้รายงานสถานการณ์การรับซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรง สำหรับยางแผ่นดิบในราคา 45 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ปริมาณ 1 แสนตัน ตามจุดต่างๆ กว่า 834 จุด ทั่วประเทศให้ ครม.รับทราบ ซึ่งจากการเปิดรับซื้อยางในวันแรก เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ได้พบปัญหาต่างๆ คือ 1.จุดที่รับซื้อยางนั้นไกล ทำให้เกษตรกรต้องใช้เวลาในการขนยางมาขาย อีกทั้งรัฐบาลมีมาตรการรับซื้อยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ตามคุณภาพ แต่ยางที่เกษตรกรนำมาขายนั้นมีหลายคุณภาพ ซึ่งรัฐจะรับซื้อยางในราคาตามคุณภาพยาง

2.เกษตรกรต้องการเงินสด หลังจากขายยางให้รัฐตามจุด แต่ขั้นตอนของรัฐในการจ่ายเงินคือ การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เท่านั้น ทำให้เกษตรกรเลือกที่จะนำไปขายตามหน้าโรงงานที่ได้เงินสดเลยทันที 3.ช่วงนี้ภาคใต้มีฝนตก ทำให้เกษตรกรไม่สามารถขนน้ำยางมาขายได้ 4.เกษตรกรมองว่า ขั้นตอนการรับซื้อยางมีความยุ่งยากเกินไป ทำให้ไม่เข้าใจ จึงสั่งการให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประมวลข้อมูลปัญหาทั้งหมด และชี้แจงเกษตรกรให้เข้าใจ สำหรับราคายางในวันนี้ ถือว่าปรับตัวดีขึ้น ราคายางในพื้นที่ปรับตัวขึ้นที่ 42 บาท/กก. ใกล้เคียงกับที่รัฐบาลรับซื้อ

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวถึงการประชุม ครม.ครั้งนี้ว่า ยังไม่มีการเสนอแหล่งเงินในการเข้าไปซื้อยางเพิ่มเติม จะยังใช้เงินจากกองทุน กยท.เบื้องต้นไปก่อน 500 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 5,479 ล้านบาท เพื่อรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความกฎหมาย พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยถึงการใช้เงินของกองทุนฯ เพิ่มเติมอีกครั้ง