หน้าแรก เศรษฐกิจ ความพร้อมระบบ...

ความพร้อมระบบพลังงานไทยเพิ่มลำดับ ติด51จาก115 ประเทศ 

25.03.19 | 15:26 น.

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  กล่าวหลังการเข้าร่วมงาน “อาเซียนกับการเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต” ว่า จากการจัดอันดับของ World Economic Forum (ดับเบิ้ลยูอีเอฟ) หรือสภาเศรษฐกิจโลก ที่เป็นการวัดความพร้อมของระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตในปี 2562 นี้ประเทศไทยได้รับลำดับที่ดีขึ้นจาก 54 มาอยู่ที่ลำดับ 51 จากการจัดลำดับทั้งหมด 115 ประเทศ แต่ในภูมิภาคอาเซียนนี้ยังตามหลังประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซียอยู่ เนื่องจากความพร้อมทางด้านบุคลากร กฎหมายและการจัดการที่เป็นระบบมากกว่า เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศนี้มีพื้นที่ของประเทศเล็กกว่าไทย จึงทำให้การจัดการทั่วถึงมากกว่า

นายศิริ  กล่าวว่า การจัดอันดับครั้งนี้ประเมินจากปัจจัยหลัก 5 ด้านได้แก่ 1.ด้านโครงสร้างด้านพลังงานโดยรวมของประเทศ 2.การลงทุนใหม่ๆ 3.ประสิทธิภาพของการกำกับดูแล 4.การเตรียมความพร้อมของบุลคลากรด้านพลังงาน และ 5.การพัฒนาควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิงคโปร์เป็นเกาะพื้นที่ไม่กว้างการบริหารด้านพลังงานจึงครอบคลุมมากกว่า จึงสามารถเปิดให้มีการแข่งขันผลิตไฟฟ้าแบบเติร์ดปาร์ตี้ได้และให้ประชาชนเลือกใช้เองตามความพึงพอใจ ในขณะที่ประเทศไทยมีพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญอยู่มาก จึงต้องมีหน่วยงานกลางผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งไปยังพื้นที่ดังกล่าวอยู่

นายศิริ กล่าวว่า นอกจากนี้การปรับปรุงแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(พีดีพี 2018) ฉบับใหม่ จะส่งผลให้ลำดับของประเทศไทยสูงขึ้นอีกแน่นอน เนื่องจากมีการเพิ่มความสำพันธ์ด้านพลังงานกับประชาชนมากขึ้น ทั้งการเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์)ภาคประชาชน ตามแผน 10 ปีจะมีกำลังการผลิต 10,000 เมกะวัตต์ ส่งผลให้การมีส่วนรวมของประชาชนในด้านพลังงานเพิ่มจาก 0% เป็น 10% และการเพิ่มใช้พลังงานหมุนเวียนที่ปลายแผน 20 ปีอยู่ที่ 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 14% ทั้งนี้ พีดีพียังกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่มั่นคง และการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศที่คงที่กว่า 60% ตลอดระยะเวลา 15%

นายโรแบรโต้ บาคคา ประธานด้านพลังงานและผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตและกรรมการบริหารดับเบิ้ลยูอีเอฟ กล่าวว่า ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนจะมีบทบาทสำคัญต่อการเป็นผู้นำระดับภูมิภาคระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และจะเป็นชาติที่มีความพร้อมในการปฏิบัติการดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการเริ่มแนวทางทางการกำหนดนโยบายพลังงานในรูปแบบใหม่ๆ และการหาพันธมิตรความร่วมมือทางพลังงานซึ่งถือได้ว่าชาติในอาเซียนอยู่ในตำแหน่งที่ดี ที่แสดงความเป็นผู้นำในการผลักดันกลยุทธ์ระดับประเทศและระดับภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพได้