หุ้นไทยร่วงกราวกว่า 20 จุด แม้ผลเลือกตั้งยังไม่ชัดเจนว่าใครจะจัดตั้งรบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนี้การซื้อขายหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 ซึ่งเปิดซื้อขายวันแรกของสัปดาห์และเป็นวังหลังจากการเลือกตั้งไปแล้ว 1 วัน โดยทันทีที่เปิดตลาดปรากฎว่า หุ้นปรับลดลงทันทีกว่า 12 จุดจากนั้นก็เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยปิดตลาดที่ระดับ 1,625.91 จุด ปรับลดลง 20.38 จุด หรือ 1.24% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,636.93 และทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,617.89 ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 47,064.83 ล้านบาท

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักกลยุทธ์การลงทุนอิสระ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงถึง 20 จุด มีสาเหตุมาจากปัจจัยในประเทศคือ เรื่องการเมือง ที่หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว มีแนวโน้มว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รวมเสียง แต่คาดการณ์ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นคนเดิม ทำให้การที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงไม่ใช่เรื่องแปลก อย่างไรก็ตามปัจจัยในประเทศถือว่ามีความผ่อนคลายลง เนื่องจากปัจจัยที่น่ากังวลมากกว่าเป็นปัจจัยต่างประเทศ ซึ่งหากเปรียบเทียบกันจะมีน้ำหนักมากกว่า โดยคาดว่าเรื่องการเลือกตั้งน่าจะจบก่อนสงกรานต์และไม่มีผลในระยะยาวมากนัก ประเมินกรอบเคลื่อนไหวไม่ต่ำกว่า 1,610-1,620 จุด โดยต้นเดือนเมษายนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,650 จุด เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะมีพิธีสำคัญคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยหุ้นเด่นที่แนะนำคือ STEC ของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน)

สำหรับหุ้นที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย เช่น บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดตลาดมาที่ระดับ 2.96 เปลี่ยนแปลง 0.16 จุด หรือ 5.13% มูลค่า 40,823.08 ล้านบาท, บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 เปิดตลาดมาที่ระดับ 10.80 เปลี่ยนแปลง 0.40 จุด หรือ 3.57% มูลค่า 22,721.74 ล้านบาท, บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH เปิดตลาดมาที่ระดับ 57.25 เปลี่ยนแปลง 0.25 จุด หรือ 0.43 % มูลค่า 704,929.41 ล้านบาท, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดตลาดมาที่ระดับ 181.50 เปลี่ยนแปลง 4.50 จุด หรือ 2.42% มูลค่า 996,375.71 ล้านบาท, บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เปิดตลาดมาที่ระดับ 7.15 เปลี่ยนแปลง 0.25 จุด หรือ 3.38% มูลค่า 5,326.89 ล้านบาท

พรรคประชาธิปปัตย์ หุ้นที่เกี่ยวข้องคือ ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL เปิดตลาดมาที่ระดับ 207 เปลี่ยนแปลง 1 จุด หรือ 0.48% มูลค่า 546,144.92 ล้านบาท, บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิดตลาดมาที่ระดับ 177 เปลี่ยนแปลง 3.50 จุด หรือ 1.96% มูลค่า 163,967.46 ล้านบาท

จะเห็นว่าหุ้นมีการปรับลดลงทุกตัว ซึ่งแตกต่างจากพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากหุ้นที่เกี่ยวข้องคือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC ปรับตัวเป็นบวกสวนทางกับกระดานหุ้นที่แดงแทบทุกกลุ่ม โดยเปิดตลาดมาที่ระดับ 23.70 และปิดตลาดที่ระดับเดียวกัน ซึ่งสูงกว่าราคาปิดตลาดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่อยู่ที่ 23 บาท หรือมีการเปลี่ยนแปลง 0.70 จุด หรือ 3.04%

บทความก่อนหน้านี้กรุงไทยเผยบาทหลังเลือกตั้งแข็งค่าเหตุทุนนอกไหลเข้าพักเงิน จับตาใกล้ชิดห่วงการเมืองวุ่นวายฉุดเชื่อมั่น-บาทอ่อนค่า
บทความถัดไป“บัวแก้ว” แจงทำตามขั้นตอนส่งบัตรเลือกตั้งจากนิวซีแลนด์ให้กกต.ทั้งหมดแล้ว