หน้าแรก เศรษฐกิจ ครม.ไฟเขียวปฏ...

ครม.ไฟเขียวปฏิรูประบบบริหารจัดการนมร.ร. 1.4 หมื่นล้านอุดช่องทุจริต หลังป.ป.ช.ติง

26.03.19 | 16:22 น.

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายลักษณ์ วจนานวัช ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวัน

โดยผู้แทนกรมปศุสัตว์ น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย น.สพ.ณรงค์ เลี้ยงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ และรักษาการผู้ทรงคุณวุฒิสาโรจน์ งามขำ เข้าร่วมประชุม เพื่อตอบข้อซักถาม เรื่อง แนวทางการปฏิรูประบบบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน

ต่อมา นายกฤษฎา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 ระบบบริหารจัดการนมโรงเรียน 1.4 หมื่นล้านบาท เหตุผลและความจำเป็นตามข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต ตามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาให้มีการทบทวนแนวทางการบริหารจัดการนมโรงเรียนปรับปรุงโครงสร้างองค์กรบริหารจัดการ แยกโครงสร้างการบริหารออกจากคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ มิลบอร์ด ตามพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. 2551 เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์อันเนื่องมาจากผู้มีส่วนได้เสียในโครงการร่วมเป็นกรรมการ ให้แต่งตั้ง “คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน” จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการหน่วยงานที่กำกับดูแล จำนวน 4 คน เป็นกรรมการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการผลิต จำนวน 3 คน เป็นกรรมการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้รับบริการ จำนวน 3 คน เป็นกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิที่ประธานกรรมการแต่งตั้ง จำนวน 3 คน เป็นกรรมการ โดยมีอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยไม่มีองค์กรเกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ร่วมเป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และรณรงค์การบริโภคนมไปยังสถาบันการศึกษาทุกระดับ เพื่อขยายเป้าหมายการบริโภคนม จากปัจจุบัน 18 ลิตรต่อคนต่อปี เป็น 25 ลิตรต่อคนต่อปี ภายในปี 2564

ภายใต้คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับผิดชอบ 4 คณะ รับผิดชอบภารกิจต่าง ๆ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการบริหารโครงการอาหารเสริม (นม), 2.คณะอนุกรรมการรณรงค์บริโภคนมในสถาบันการศึกษาทุกระดับ, 3.คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ระดับพื้นที่ และ 4.คณะอนุกรรมการอื่น ๆ ที่จำเป็น โดยมีองค์ประกอบคณะอนุกรรมการชุดละไม่เกิน 15 คนเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ อ.ส.ค. ทำหน้าที่เป็นเพียงองค์กรกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและส่งมอบให้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับ อ.ส.ค. กรมส่งเสริมสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำระบบฐานข้อมูล “บิ๊กดาต้า” สำหรับโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน โดยมีเป้าหมายให้เด็กและเยาวชนได้ดื่มนมทุกวัน และนมที่ดื่มสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังที่แหล่งผลิตได้ เพื่อเป็นหลักประกันในคุณภาพนมโคตลอดห่วงโซ่อุปทาน

Advertisement

แนวทางการบริหารจัดการนมโรงเรียนให้ยึดหลักดังนี้ 1. ปริมาณน้ำนมดิบตามพันธสัญญา ที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย 2.คุณภาพน้ำนมดิบและนมโรงเรียน 3.ศักยภาพการผลิต/การตลาด 4.ระบบโลจิสติกส์/การขนส่ง 5.ประวัติการดำเนินงานที่ผ่านมา และ 6.ความรับผิดชอบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยให้ความสำคัญกับผู้มีศูนย์รวบรวมน้ำนมโคเป็นของตนเองหรือมีแผนการตลาดรองรับปริมาณน้ำนมดิบที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี และรับผิดชอบตลอด 365 วัน