หน้าแรก เศรษฐกิจ บล.กสิกรชี้ 1...

บล.กสิกรชี้ 1-2 เดือนหลังเลือกตั้งตลาดหุ้นไทยผันผวน เคลื่อนไหวระดับ 1,600-1,675 จุด

27.03.19 | 08:56 น.

นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มทิศทางหลังการเลือกตั้งมองว่ายังเป็นบวก เนื่องจากที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้งเฉลี่ยนแล้วดัชนีจะติดลบ 0.1-1.4% แต่เมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จจะปรับตัวขึ้น เฉลี่ยจะเป็นบวกที่ 3.5% แต่เนื่องจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ได้เป็นปกติเหมือนครั้งที่ผ่านมา ทำให้มองว่าถึงแม้จะเป็นบวกแต่ก็คงไม่เท่าเดิม ประกอบกับดัชนีเคยปรับลดถึงจุดต่ำสุดแล้วในระดับ 1,575 จึงมองว่าจะไม่ลดต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว ซึ่งจากเมื่อวานที่ดัชนีปรับลดกว่า 20 จุด มองว่าเป็นเพราะความอึมครึมของพรรคการเมือง แต่คาดหวังว่าจะสามารถจบได้ในเร็วๆ นี้ โดยส่วนตัวไม่กังวลว่าคะแนนของทั้งสองพรรคจะคาบเกี่ยวกัน เพราะอย่างไรก็ตามต้องมีการประกาศผลสรุปออกมาแน่นอน ซึ่งคาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ตลาดหุ้นจะมีความผันผวนพอสมควร จึงให้กรอบเคลื่อนไหวไว้ที่ระดับ 1,600-1,675 และเชื่อว่าจะไม่หลุดไปจากกรอบล่างที่ให้ไว้

“หากมองภาพรวมเชื่อว่ารัฐบาลที่ได้มาจากการเลือกตั้งจะต้องดีกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน โดยให้กรอบล่างสุดอยู่ที่ระดับ 1,600 กรอบบนสุดอยู่ที่ระดับ 1,700 โดยในช่วงก่อนการเลือกตั้งพบว่า นักลงทุนต่างชาติมีการชะลอการลงทุน จึงคาดว่าหลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) จะไหลกลับเข้ามาแน่นอน แต่ก็ยังแนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อดูทิศทางตลาด และเข้าซื้อหุ้นสะสมเป็นรายตัวมากกว่า” นายภาสกรกล่าว

นายภาสกรกล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวแน่นอน ทำให้คาดว่าธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ และธนาคารกลางยุโรปยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม รวมถึงยังมีการปรับลดคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของปีนี้ลง จากเดิมตั้งเป้าการส่งออกไว้ที่ 4.5% ลดเหลือ 4.0% การนำเข้าเหลือ 6.3% จากเดิม 7.0% ซึ่งถึงแม้ว่าการส่งออกและนำเข้าจะถูกปรับลดเป้าประมาณการลง แต่ถูกชดเชยด้วยตัวเลขการท่องเที่ยวที่แข็งแรงมากขึ้น โดยการบริโภคของภาคเอกชนฟื้นตัวเร็วกว่าคาดในไตรมาส 4 ของปี 2561 เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากนโยบายของภาครัฐ ทำให้มองว่าเศรษฐกิจจะมีการฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ซึ่งจะเอื้อให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาส 4 ของปีนี้

“การปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำจะส่งผลต่อการส่งออกโดยตรง เนื่องจากใช้แรงงานจำนวนมาก แต่มีหุ้นที่ได้รับประโยชน์คือ ซีพีออลล์ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการแนะนำให้นักลงทุนต่างชาติเข้าลงทุน เนื่องจากถึงแม้ช่วงแรกจะได้รับผลกระทบมากเพราะมีพนักงานเยอะ แต่ถ้าผ่านสักพักจะได้รับประโยชน์มากขึ้น โดยคาดว่าผลกระทบของการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะเป็นผลกระทบในระยะยาวต่อไป” นายภาสกรกล่าว