ม.ร.ว. จิราคม กิติยากร ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2562 ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นได้มีมติเห็นชอบเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก แอพเพิล เวลธ์ เป็น”คิงส์ฟอร์ด” พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ 3 ส่วน คือ 1.ปรับคณะกรรมการบริษัท โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์เข้ามานั่งในคณะกรรมการ 2. ปรับคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยตั้งทีมคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ นำโดยนายวรากรณ์ กุนทีกาญจน์ และนายประจวบ ศิริรัตน์บุญขจร เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร และ3.ปรับโฉมธุรกิจด้วยแนวคิดดิจิทับ ตั้งเป้าเป็นโบรกเกอร์ชั้นนำ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
“มั่นใจว่าการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ทำให้ บล. คิงส์ฟอร์ด ไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ ภายใต้ระบบการกำกับดูแลตามหลักบรรษัทภิบาลของคณะกรรมการบริษัท”
นายวรากรณ์ กุนทีกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.คิงส์ฟอร์ด เปิดเผยว่า การปรับโครงการองค์กรครั้งนี้จะมีผู้บริหารชุดเดิมและชุดใหม่ เพื่อร่วมกันช่วยผลักดันองค์กรให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทฯได้เปิดรับทีมการตลาดที่มีความสามารถเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อร่วมทำงานกับพนักงานชุดเดิมโดยมีเป้าหมายผลักดันส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เพิ่มขึ้นเป็น 6% ภายในปีนี้ ผลักดันรายได้จากค่านายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทเติบโตมากขึ้น และมีแผนจะพัฒนานวัตกรรมการลงทุนโดยใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทันสมัย แนวคิดใหม่ๆ และพัฒนาระบบงานที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายประจวบ ศิริรัตน์บุญขจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า จะรุกธุรกิจอื่นๆไม่ว่าจะเป็นธุรกิจให้ยืม และยืมหุ้น หรือเอสบีแอล รวมถึงธุรกรรมบล็อกเทรด และงานด้านธุรกิจวาณิชธนกิจ หรือที่ปรึกษาทางการเงินธุรกิจหลักทรัพย์ ตราสารหนี้ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ไอซีโอ จึงเชื่อว่าปีนี้บริษัทจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นแล้วจากรายได้ค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้น
“บริษัทคิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้ง ซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทแม่ มีแผนจะทำธุรกิจต่างๆเพิ่มเติมเพื่อขยายฐานรายได้จากการประกอบธุรกิจต่างๆ จึงต้องดำเนินการปรับภาพลักษณ์ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตขึ้นและแตกต่างจากการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา ตลอดจนสร้างความทันสมัย ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นที่สนใจของนักลงทุน”

