อุตฯการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์รับอานิสงส์เลือกตั้ง-งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ คาดปีนี้โต 5-10 % หากตั้งรบ.ใหม่เรียบร้อยเศรษฐกิจเดินต่อเนื่อง
นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและในฐานะประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ปี 2562 หากรัฐบาลใหม่สามารถจัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยและสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินได้ต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดชะงักงันคาดว่าอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุดภัณฑ์จะมีอัตราการเติบโต 5-10 % จากปีที่ผ่านมาที่มูลค่าตลาดรวมกว่า 3 แสนล้านบาท
“อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์จะเติบโตได้ตามเป้าหมายได้หรือไม่นั้นภาวะเศรษฐกิจในประเทศเป็นสิ่งสำคัญซึ่งหากการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งเรียบร้อยและสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดความต่อเนื่องโดยไม่ชะงักงันก็จะทำให้อุตาหกรรมนี้เติบโตได้อีกในช่วงที่เหลือของปี”นายเกรียงไกรกล่าว
นายเกรียงไกรกล่าวว่า อุตสาหกรรมการพิมพ์ในช่วงต้นปีนี้ได้รับอานิสงส์ใน 2 ส่วนสำคัญคือ การเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมาพบว่าแม้ว่าจะมีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการหาเสียงมากขึ้นแต่กลับพบว่าจำนวนพรรคการเมืองที่มีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในการเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคมที่ผ่านมาทำให้เกิดเม็ดเงินโฆษณาเข้ามาในการหาเสียงผ่านสื่อสิ่งพิมพ์เพิ่มขึ้นกว่าที่คาดไว้จากเดิมถึง 15% อย่างไรก็ตามสัดส่วนการเติบโตของเฉาะอุตสาหกรรมการพิมพ์เฉลี่ยปีนี้น่าจะโต 4-5%
นายเกรียงไกรกล่าวว่า นอกจากนี้ในระหว่างวันที่ 28 มีนาคม-7 เมษายน 2562 จะมีการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 17 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ก่อนที่จะปิดเพื่อทำการปรับปรุงใหม่เป็นเวลา 3 ปีคาดว่าจะทำให้มีผู้สนใจเข้าชมงานและซื้อหนังสือในงานดังกล่าวจำนวนมากซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้อุตสาหกรรมการพิมพ์เติบโตเพิ่มขึ้นอีก
นายเกรียงไกรกล่าวว่า สำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์นั้นมีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่องสอดคล้องกับทิศทางการส่งออกเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันการซื้อขายผ่านออนไลน์ในประเทศที่เติบโตได้ผลักดันให้มีการใช้บรรจุภัณฑ์มากขึ้นโดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีการสั่งซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญ มีส่วนทำให้บรรจุภัณฑ์ในประเทศเติบโต ด้านการส่งออกปีนี้หลายฝ่ายคาดว่าอาจชะลอตัวจากปี 2561 เนื่องจากเป็นไปตามทิศทางของเศรษฐกิจโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

