นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีมีอัตราเติบโตที่ดีจากการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจที่ต้องนำพาองค์กรให้สามารถแข่งขันได้ในยุค 4.0 โดยปีที่ผ่านมาธุรกิจดังกล่าวเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20% ประกอบด้วย ธุรกิจที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ดิจิทัล, ที่ปรึกษาด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า), ที่ปรึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และที่ปรึกษาด้านการบริหารแบบคล่องตัวสูง
นายพชร กล่าวว่า สำหรับบริษัทบูลบิค กรุ๊ป ถือเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ดิจิทัลสัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่สามารถแข่งขันกับบริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศ ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์แล้ว 5% อยู่ลำดับที่ 6 ในตลาดภูมิภาคเอเชีย สำหรับปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 40% และตั้งเป้าจะเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ดิจิทัลและการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี อันดับ 1 ในประเทศไทย ภายในปี 2567 นอกจากนี้ ได้ลงทุนเพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญ และลงทุนด้านเทคโนโลยีเชิงลึกใหม่ๆผ่านสตาร์ทอัพในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเกี่ยวกับดิจิทัล ดิสรัปชั่นให้กับบริษัท องค์กรต่างๆ อาทิ Design-led innovation, บิ๊กดาต้า, เอไอ, อินเตอร์เน็ตออฟธิง (แอลโอที), ฟินเทค, กรีน เอ็นเนอร์ยี่ และออมนิ ชานแนล รวมถึงการมีเป้าหมายก้าวให้ไวกว่าด้วยการมองหาและพัฒนาความเชี่ยวชาญไปยังเทคโนโลยีใหม่ที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดไทยในอนาคต
“องค์กรแต่ละแห่งมีความถนัดในการทำธุรกิจเป็นอย่างดี การดึงเอาคนขององค์กรมาเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีควบคู่กับการทำงานในด้านที่ถนัด จะเป็นการบั่นทอนจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญในธุรกิจ ยิ่งโลกธุรกิจมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีบริษัทที่ปรึกษาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ซึ่งการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า จะเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจมากขึ้น อาทิ การวิจัยและและนำเทคโนโลยี มาปรับใช้กับระบบโครงข่าย 5G ที่ในตอนนี้มีหลายบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเริ่มนำมาปรับใช้แล้ว และในอนาคตจะมีให้เห็นมากขึ้น” นายพชรกล่าว

