หน้าแรก เศรษฐกิจ ปชช.เริ่มหงุด...

ปชช.เริ่มหงุดหงิด ส.อ.ท.หวั่นตั้งรบ.ยืดเยื้อทำลงทุนใหม่ชะงัก2เดือน

29.03.19 | 08:36 น.

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังไม่มีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เบื้องต้นส่งผลกระทบในแง่จิตวิทยา ทำให้ประชาชนหงุดหงิด ไม่สบายใจเพราะมีพรรคการเมืองที่เชียร์กันไว้อยู่ในใจ เป็นชนวนปัญหาที่ทำให้เรามีโอกาสจะทะเลาะกันได้ง่าย ซึ่งภาคเอกชนไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะประเทศไทยเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว อย่างไรก็ตามล่าสุดความไม่ชัดเจนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพรวมการลงทุน การตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยที่อาจชะลอออกไป 2 เดือน(เมษายน-พฤษภาคม2562) โดยเฉพาะการลงทุนใหม่ เพราะต้องการเห็นความชัดเจนของรัฐบาลก่อน โดยเอกชนคาดหวังจะเห็นการจัดตั้งรัฐบาลไทยมีความชัดเจนภายในเดือนพฤษภาคม2562

“หากปล่อยให้สถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อไปนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ยอมรับว่าจะทำให้ภาคเอกชนและคนในสังคมรู้สึกอืดอัด การดำเนินนโยบายจากภาครัฐขาดความต่อเนื่องในบางโครงการ ยกเว้นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีการเปิดประมูลให้ภาคเอกชนดำเนินการไปแล้ว การจับจ่ายใช้สอยก็มีโอกาสที่จะชะลอตัวตามไปด้วย”นายสุพันธุ์กล่าว

นายสุพันธุ์กล่าวว่า ภาคเอกชนมองว่าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้แล้วคงมีเวลาเข้ามาทำงานได้ไม่นาน เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องส.ส.ที่เป็นตัวแปรสำคัญทำให้การทำงานของรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เชื่อว่าในช่วงเวลาที่มีโอกาสเข้ามาทำงานเพียงเวลาน้อยนิด รัฐบาลก็น่าจะเร่งสร้างผลงานให้ได้มากที่สุดและทำงานด้วยความโปร่งใสเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับรัฐบาลเองได้รับความไว้วางใจได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้งในโอกาสต่อไป

นายสุพันธุ์กล่าวว่า ภาคเอกชนอยากได้พรรคการเมืองที่โปร่งใสเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ปราศจากคอรัปชั่น มีนโยบายชัดเจน ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม พร้อมกับลดขนาดของหน่วยงานราชการ เพื่อให้ข้าราชการมีรายได้สูงขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ถ้าเจาะลึกปัญหาจริงๆ คือ ปัญหาคอร์รัปชั่น ถ้าประเทศไทยไม่มีปัญหาคอรัปชั่นเชื่อว่าบ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรืองได้ เพราะนโยบายแต่ละพรรคการเมืองเป็นนโยบายที่ดี อยากได้ประชาชนในประเทศมีรายได้ที่ดี มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นทุกวันนี้เราต้องหลบหลีกเรื่องการคอรัปชั่น 2 ทางทั้งจากภาคเอกชน อาทิ ผู้ประกอบการต้องเลิกการหลบเลี่ยงภาษีด้วยการทำระบบบัญชีเดียว และภาครัฐที่ปรับปรุงระบบจัดซื้อจัดจ้างที่มีความโปร่งใสเป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้”นายสุพันธุ์กล่าว

Advertisement