เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) ได้สั่งการด่วนที่สุดปลัดกระทรวงเกษตรฯและ และผู้บริหารกรมในสังกัด กษ. รวมทั้งหัวหน่วยราชการในสังกัด กษ. ที่มีสำนักงานตั้งในส่วนภูมิภาค ทุกจังหวัด ในป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืช หรือวัชพืช หรือเศษวัสดุการเกษตรในพื้นที่เกษตร และได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทุกจังหวัดรับทราบด้วย
นายกฤษฎาระบุว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นๆ ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์สภาวะทางอุตุนิยมวิทยาล่วงหน้าในช่วง 29 มีนาคม – 4 เมษายน 2562 ว่าอากาศจะไหลเวียนไม่ดีก่อให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควัน แม้จะมีลมและฝนบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยพัดฝุ่นละอองและหมอกควันออกจากพื้นที่ได้ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความเสียหายต่อการเดินทาง และการท่องเที่ยวทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้อย่างมาก
เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า รวมทั้งลดผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวที่มีผลต่อความเป็นอยู่และสุขภาพประชาชน จึงขอกำหนดแนวทางปฎิบัติงานการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้
1 ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานในสังกัด กษ. ได้มอบหมายให้หน่วยงานปฏิบัติดังนี้
1.1 ให้สำนักงานเกษตรจังหวัดเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักในการเสนอแผนงานและอำนวยการป้องกันแก้ไขปัญหาการเผาเศษซากพืช หรือ วัชพืช หรือ เศษวัสดุการเกษตรประจำจังหวัด ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ในพื้นที่
1.2 ให้สำนักงานเกษตรอำเภอ เป็นชุดปฎิบัติการประจำพื้นที่เพื่อปฎิบัติการออกตรวจ ป้องปราม ระงับ ยับยั้งแจ้งเหตุการเผา และอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอโดยมีเครือข่ายเกษตรกรของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลเป็นหน่วยเฝ้าระวังป้องกันและปลุกจิตสำนึกในการไม่เผาเศษซากพืชฯ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทำการเกษตรภายในแต่ละอำเภอ และให้ชุดปฎิติการดังกล่าวอยู่ในอำนวยการของนายอำเภอเพื่อความเอกภาพด้วย ทั้งนี้ให้หน่วยงาน กษ. ที่มีสำนักงานในจังหวัดนั้น ๆ ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมปฎิบัติการเป็นชุดปฎิบัติการประจำพื้นที่ร่วมกับสำนักเกษตรอำเภอด้วย เช่น ชลประทาน พัฒนาที่ดิน ปศุสัตว์ ฯลฯ โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดประสานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เพื่อจัดประชุมหารือเรื่องการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในที่ประชุม อ.พ.ก.ด้วยก็ได้
2.ขอให้อธิบดีและหัวหน้าส่วนราชการเทียบเท่าในสังกัด กษ.ให้การสนับสนุนในการอนุญาตหรือส่งเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดต่างๆไปร่วมเป็นชุดปฎิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืชหรือเศษวัสดุการเกษตรในพื้นที่อำเภอซึ่งมีเกษตรอำเภอเป็นหัวหน้าชุดปฎิบัติการ ทั้งนี้ให้ถือว่าการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าครั้งนี้เป็นภารกิจที่สำคัญของชาติ หน่วยราชการในสังกัด กษ.จึงต้องให้การสนับสนุนทุกกรณีโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
3.ขอมอบหมายให้ ผต.กษ. ทุกเขตไปตรวจติดตามการปฎิบัติงานแก้ไขปัญหาการเผาเศษซากพืชและวัชพืช หรือ เศษวัสดุการเกษตรในพื้นที่ด้วยโดยให้ประเมินผลงานจากจุดวัดค่าความร้อนที่จะต้องไม่เกิดขึ้นในพื้นที่ทำการเกษตร จึงจะถือว่าการทำงานของจังหวัดนั้น ๆ ประสบผลสำเร็จและหากพบว่ามีปัญหาอุปสรรคใดๆ ในพื้นที่ขอให้รายงาน ปล.กษ.และ รมต.กษ. พิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไปด้วย

