หน้าแรก เศรษฐกิจ 3เม.ย.“ฐากร”เ...

3เม.ย.“ฐากร”เตรียมโชว์แผนพัฒนาเทคโนโลยี 5G ในงานสัมมนา 5G ปลุกไทยที่ 1 อาเซียน

1.04.19 | 12:12 น.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขยายเวลาชำระค่าคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ว่า ทาง กสทช.ดีเต็มที่แล้ว ผลจะออกมาเป็นแบบไหน คงต้องรอการพิจราณาต่อไป และยืนยันว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยี 5G แน่นอน

“ ผมจะนำไปพูดภายในงานสัมมนา 5G ปลุกไทยที่ 1 อาเซียน ในวันที่ 3 เมษายน 2562 เวลา 08.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมอาคารมหิตลาธิเบศร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในงานจะพูดถึงแนวทางการจัดเก็บภาษีกิจการ OTT หรือ Over-The-Top ว่าจะมีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งจะเชิญกรมสรรพกรไปร่วมรับฟังด้วย เรื่องของการขับเคลื่อนเทคโนโลยี 5G ไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะมาในรูปแบบผสม หรือรัฐบาลปัจจุบัน ต้องการให้เกิด 5G ทั้งนั้น เพราะเป็นหนึ่งในเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงคาดว่าคงไม่มีฝ่ายไหนขัดข้องหากจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี 5G ต่อไป “ นายฐากร กล่าว

นายฐากร กล่าว ในวันที่ 1 เมษายน บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 เมกกะเฮิรตซ์ คลื่นความถี่ 905 – 915 เมกกะเฮิรตซ์ คู่กับ 950 – 960 เมกกะเฮิรตซ์ โดยนายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้นำเงินค่าประมูลงวดที่ 3 จำนวน 4,301.40 ล้านบาท พร้อมกับหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินเพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือวงเงิน 64,433.26 ล้านบาท มอบให้แก่สำนักงาน กสทช. ตามเงื่อนไขของการชำระเงินประมูล โดยเงินค่าประมูลดังกล่าว สำนักงาน กสทช. จะรีบนำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

นายฐากร กล่าวว่า เงินที่ได้จากการชำระค่าประมูลดังกล่าวจะนำส่งรัฐทั้งหมด เพราะเงินดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เนื่องจากเป็นการชำระในส่วนของการประมูลคลื่นในครั้งก่อน ถ้าเป็นในส่วนของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ต้องส่งเงินให้ดีอี 15% และส่งคืนรัฐ 15% ซึ่งเป็นการประมูลก่อนที่จะมี พ.ร.บ.การประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ ออกมา แต่การเรียกชำระเงินจากทรูในครั้งนี้อยู่ในข้อตกลงตามพ.ร.บ.ดังกล่าวรียบร้อยแล้ว คือต้องนำเงินส่งคืนรัฐทั้งหมด

นายฐากร กล่าวว่า นอกจากนี้ ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า จะถึงเวลาที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส ต้องมาชำระค่าประมูลครั้งที่ 3 เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ สำหรับการชำระเงินประมูลงวดที่ 4 งวดสุดท้าย บริษัทฯ จะต้องชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ส่วนที่เหลือทั้งหมดจำนวน 60,218 ล้านบาท พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม 4,215.26 ล้านบาท รวม 64,433.26 ล้านบาท ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563

Advertisement

นายฐากร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้วันที่ 11 มีนาคม 2559 บริษัทฯ ได้มาชำระเงินค่าประมูลงวดที่ 1 จำนวน 8,602.80 ล้านบาท พร้อมส่งหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินเพื่อค้ำประกัน การชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือแก่สำนักงาน กสทช. และเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2561 บริษัทฯ ได้มาชำระเงินค่าประมูลงวดที่ 2 จำนวน 4,301.40 ล้านบาท พร้อมส่งหนังสือค้ำประกัน จากสถาบันการเงินเพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือแก่สำนักงาน กสทช. แล้ว ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ได้นำส่งเงินดังกล่าวให้กระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดิน

นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเลือกตั้ง ทั้งนี้ อยากให้ภาครัฐช่วยดูเรื่องของต้นทุนค่าคลื่นความถี่ เพราะตอนนี้ธุรกิจโทรคมนาคมกำลังมุ่งพัฒนาในเรื่องเทคโนโลยี 5G ขณะที่ต้นทุนค่าคลื่น 900 เมกกะเฮิรตซ์ เพียง 10 เมกกะเฮิรตซ์ยังมีค่าประมูลกว่า 70,000 ล้านบาท แต่ 5G มีบล็อกไซส์ 100 เมกกะเฮิรตซ์ ดังนั้นถ้าประมูลได้คงต้องปิดบริษัท อย่างประเทศจีนภาครัฐให้ใช้งานคลื่นความถี่ฟรี เพราะต้องการเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นตัวเปลี่ยนเศรษฐกิจ

นายวิเชาวน์ กล่าวว่า ทางบริษัทฯ มองว่าต้องขอความช่วยเหลือจาก กสทช.และรัฐใหม่พิจารณาเรื่องต้นทุนคลื่นความถี่ เพราะถ้ายังไมมีการเปลี่ยนแปลงคาดว่าการพัฒนาน่าจะไปไม่รอด ซึ่งตอนนี้ ทางบริษัทฯ ได้พยายามทดลองยูสเคสใหม่ ๆ แต่เชื่อว่า 4G และ 5G จะไปคู่ขนานกันได้ ไม่ได้มาทดแทนกัน ระหว่างนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่าภาครัฐจะมีการเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีหรือไม่ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเชื่อว่าเทคโนโลยี 5G จะเกิดขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้แน่นอน