แหล่งข่าวจากบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ดคิงส์เกต บรรลุข้อตกลงระงับข้อพิพาทในกรณีกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงทางการเมือง เป็นขั้นตอนปฏิบัติโดยปกติของการลงทุนระหว่างประเทศ โดยรับเงินชดเชยมูลค่ากว่า 82 ล้านเหรียญออสเตรเลีย จากการถูกรัฐบาลสั่งปิดเหมืองแร่ทองคำชาตรีในเดือนธันวาคม ปี 2559 อย่างไรก็ตาม การบรรลุข้อตกลงระงับข้อพิพาทในกรณีกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงทางการเมืองในครั้งนี้ ไม่ใช่กรณีเดียวกับกระบวนการอนุญาโตตุลาการภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-ออสเตรเลีย ดังนั้น กระบวนการอนุญาโตฯดังกล่าวก็ยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดิม
ทั้งนี้ ค่าชดเชยที่บริษัทคิงส์เกตฯ จะได้รับจากบริษัทประกันภัยจากเหมืองแร่ทองคำชาตรีนั้น จะทำให้คิงส์เกตมีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินการกระบวนการอนุญาโตฯได้จนจบ ซึ่งบริษัทผู้รับประกันภัยยังมีข้อตกลงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อดำเนินคดีรัฐบาลไทยภายใต้คำร้อง TAFTA จนกว่าจะถึงที่สุดด้วย
อย่างไรก็ตาม คิงส์เกตได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่าประเทศไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) แล้วในเดือนพฤศจิกายน 2560 และได้ดำเนินการส่งเอกสารต่างๆ เพื่อสนับสนุนคำร้องของบริษัทฯมาตลอดอย่างต่อเนื่อง และจะยังคงดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ต่อไป บริษัทฯต้องขออภัยที่ไม่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการอนุญาโตฯภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ได้ เนื่องจากทางรัฐบาลไทยได้ขอความร่วมมือจากบริษัทฯมิให้เผยแพร่ข้อมูลรายละเอียดการอนุญาโตใดๆ ทั้งสิ้นแก่สาธารณชน อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีมติใดๆ ออกมา ก็จะมีการพิจารณาอนุญาโตฯอีกครั้งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนปีนี้ (2562)
“แม้บริษัทฯมีความมั่นใจในกระบวนการอนุญาโตตุลาการภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศไทย-ออสเตรเลีย แต่ก็ต้องการให้เรื่องนี้จบลงอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม เนื่องจากตั้งแต่เหมืองฯต้องหยุดดำเนินกิจการ ภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ต่างเสียโอกาสไปมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าภาคหลวง ภาษี การจ้างงานในพื้นที่ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ชุมชนเงียบเหงา เศรษฐกิจชะงักงัน เป็นเรื่องที่หน้าเศร้าอดีตพนักงานตกงาน ไม่มีรายได้ ในขณะที่หลายคนต้องจำใจเดินทางไปทำงานต่างถิ่น ทำให้ครอบครัวแตกแยก” แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวกล่าวว่า เหมืองแร่ทองคำชาตรีได้เข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า Care and Maintenance หรือกระบวนการบำรุงรักษา โดยไม่ได้มีการดำเนินกิจกรรมทำเหมืองแร่ใดๆ ทั้งสิ้น แต่บริษัทฯได้ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ไปพร้อมกับการทำเหมืองตามกฎหมายอยู่เสมอ แม้ในขณะนี้ก็ยังมีการดำเนินการฟื้นฟูอยู่บางส่วนด้วยความรับผิดชอบ นอกจากนั้น ชาวอัคราฯที่เหลืออยู่เพียง 25 ชีวิตในขณะนี้ จากจำนวนกว่า 1,000 คนช่วงเปิดดำเนินการ ก็ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือชุมชนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใหญ่หรือเล็ก ยังคงมุ่งมั่นในการเข้าไปร่วมช่วยเหลือเสมอ ตามปณิธานของบริษัทฯ เหมืองคือบ้านหลังใหญ่ และบริษัทฯคือสมาชิกในบ้าน ในชุมชน เช่นกัน

