นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมกับผู้เกี่ยวข้องทั้งเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม ผู้ซื้อ ผู้ใช้กระเทียม และห้างค้าปลีกค้าส่ง เพื่อเชื่อมโยงการตลาดและเจรจาซื้อขายสินค้ากระเทียม ฤดูการผลิต ปี 2561/62 ว่า เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือผลผลิตกระเทียมที่กำลังออกสู่ตลาด และหาตลาดรองรับผลผลิตให้กับเกษตรกรเป็นการล่วงหน้า เพื่อดูแลราคาจำหน่ายให้กับเกษตรกรให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้คุ้มกับต้นทุน โดยผู้ที่เข้าร่วมประชุมหารือครั้งนี้ พร้อมที่จะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพิ่มขึ้น
นายวิชัย กล่าวว่า ผลผลิตกระเทียมปี 2561/62 คาดว่าจะมีปริมาณ 8.5 หมื่นตัน คิดเป็นกระเทียมแห้งประมาณ 6 หมื่นกว่าตัน ซึ่ง 50% หรือประมาณ 3 หมื่นตัน ถูกจำหน่ายเข้าสู่ตลาดปกติ ทั้งขายในตลาดสด ห้างค้าส่งค้าปลีก ผู้ที่ต้องใช้กระเทียมซื้อไปใช้ คงเหลืออีกประมาณ 3 หมื่นตัน ที่จะต้องเข้าไปช่วยระบายออกสู่ตลาด เบื้องต้น ทางห้างได้ตกลงซื้อแล้วรวมประมาณ 1 พันตัน จะเร่งผลักดันให้ซื้อเพิ่มต่อไป และทางท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต ยังได้ยืนยันว่าจะจำหน่ายแต่กระเทียมไทย ไม่ขายกระเทียมนำเข้า ซึ่งจะขอความร่วมมือห้างอื่นๆ ต่อไป
“การพูดคุยหารือครั้งนี้ เป็นรอบแรกๆ กรมฯ จะหารือกับผู้ที่ใช้กระเทียม เพื่อขอความร่วมมือให้ซื้อกระเทียมจากเกษตรกร ซึ่งเท่าที่เห็นก็มี ชายสี่ บะหมี่เกี้ยว ที่เคยร่วมมือกับกรมฯ ในการรับซื้อกระเทียมจากเกษตรกร รวมถึงผู้ใช้ ผู้แปรรูปกระเทียมรายอื่นๆ”
นายวิชัย กล่าวว่า การดูแลกระเทียมนำเข้า ได้ขอความร่วมมือกรมศุลกากรให้เข้มงวดตรวจสอบการนำเข้า และการลักลอบนำเข้า ซึ่งเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมได้กว่า 500 ตัน และยังจะตรวจสอบคลังที่ใช้เก็บกระเทียม โดยขอความร่วมมือให้ระบุชื่อผู้ฝากเก็บให้ชัดเจน หากไม่ระบุ จะถือว่าเป็นของคลัง ถ้าชี้แจงที่มาที่ไปไม่ได้ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย การตรวจสอบการขนย้าย ที่จะต้องขอให้อนุญาตให้ถูกต้อง และจะเข้มงวดการตรวจสอบการนำเข้าแทนคนต่างด้าว หากพบจะดำเนินคดีภายใต้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในข้อหาเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) อีกด้วย
นายวิชัย กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ราคากระเทียมในปัจจุบัน ราคากระเทียมแห้งอยู่ที่ 30-40 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ส่วนราคาที่ขอความร่วมมือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับซื้ออยู่ที่ 40-45 บาทต่อกก.
สำหรับผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ มีจำนวน 11 ราย เช่น ท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซี โลตัส และแม็คโคร บริษัท ทรัพย์ทวี 555 จำกัด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด บริษัท ฉั่วฮะเส็งฟู้ดโปรดักส์ จำกัด บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (ตราภูเขาทอง) บริษัท พิบูลย์น้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด บริษัท นิสชินฟูดส์ (ประเทศไทย) เป็นต้น และกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน จำนวน 17 ราย จากจังหวัดแหล่งผลิต 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน และศรีสะเกษ

