สัปดาห์ที่แล้วบอกเล่าเกี่ยวกับการเปิดศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรระบบราง เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรในระบบรางให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะความชำนาญด้านเทคโนโลยีรถไฟฟ้า ตลอดจนสามารถออกใบขับขี่สำหรับคนขับรถไฟฟ้าได้ตามมาตรฐานสากล ซึ่งดำเนินการโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แล้ว
ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็เตรียมความพร้อมในนี้ไว้เช่นเดียวกัน เนื่องจากกรมการขนส่งทางรางกำลังจะถูกจัดตั้งในช่วงกลางปี 2562 นี้ ประกอบกับ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ…. ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จ และประกาศใช้ในช่วงเดือนมกราคม 2563 ทำให้ รฟท.ต้องเร่งปรับตัวพัฒนาบุคลากรรองรับ โดยเฉพาะประเด็นของการสอบทักษะ ความเชี่ยวชาญ และความสามารถของบุคลากร เพื่อออกใบอนุญาตใหม่ ประกอบไปด้วย ใบอนุญาตขับรถไฟ และใบอนุญาตนายสถานี
เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้บุคลากร คือ คนขับรถไฟ นายสถานี ผู้ควบคุมระบบ และหัวหน้าช่างซ่อม จำเป็นต้องมีใบอนุญาต ซึ่งที่ผ่านมา รฟท.ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์เป็นใบอนุญาต แต่ก็มีมาตรฐานตรวจวัดที่ชัดเจน เช่น ต้องเป็นพนักงานรถจักร ผ่านการอบรมมา และเป็นช่างเครื่องมา 7 ปี ถึงจะสอบเป็นคนขับได้ แต่เมื่อกฎหมายกรมรางออกมาว่าต้องมีใบอนุญาต ก็ต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้เอาไว้ก่อน
แต่เพราะ รฟท.เป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการการรถไฟฯอยู่แล้ว ดังนั้น จึงมีอำนาจในการอบรม สอบ และออกใบอนุญาตได้ ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์การสอบ หลักสูตรการเรียนที่ชัดเจน เพื่อเริ่มต้นสอบออกใบอนุญาตพนักงานใหม่ คาดว่าภายใน 3 เดือนนี้จะสามารถออกประกาศระเบียบใบอนุญาตได้
หลังจากนั้น จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการเร่งสอบบุคลากรเพื่อออกใบอนุญาตในล็อตแรก
เบื้องต้น รฟท.จะทำการสอบออกใบอนุญาตพนักงาน 2 กลุ่มก่อน คือ คนขับรถไฟ และนายสถานี ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานรวมอยู่ประมาณ 2,400 อัตรา แบ่งออกเป็น คนขับรถไฟ 1,200 อัตรา และนายสถานี 1,200 อัตรา คาดว่าล็อตแรกจะสามารถสอบออกใบอนุญาตแล้วเสร็จประมาณ 10% หรือ 240 อัตรา
ทั้งนี้ หากกรมราง และกฎหมายประกาศใช้ ซึ่งอาจจะต้องขอใบอนุญาตใหม่ พนักงานก็มีความพร้อมในการสอบขอใบอนุญาตตามระเบียบของกรมรางทันที
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดมากนัก แต่ที่แน่ๆ จะมีอำนาจในการกำกับดูแล และออกใบอนุญาตต่างๆ ขณะที่พนักงาน รฟท.ก็ยังมีข้อกังวลเรื่องการปรับเปลี่ยนการทำงาน หากจัดตั้งกรมรางแล้วพนักงานลูกจ้างของ รฟท.จะต้องถูกโยกย้ายไปส่วนใดหรือไม่ รวมทั้งเรื่องสัมปทาน กรรมสิทธิ์ที่ดินที่เกี่ยวเนื่องกับ รฟท.ก็จะต้องถูกโอนย้ายไปอยู่ภายใต้กรมรางด้วย
ท้ายที่สุด จะก่อตั้งได้สำเร็จตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ยังต้องจับตาใกล้ชิด!!
นายขันตี

