เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ห้องประชุมอาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานสัมมนา 5G ปลุกไทยที่ 1 อาเซียน
เวลา 09.15 น. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ปี 2561 ภาพรวมการลงทุนจากต่างประเทศในอาเซียน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยกลับมีการลงทุนลดลง โดยปี 2553 ไทยมีรายได้ อยู่ที่ 14.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับปี 2561 อยู่ที่ 12.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 15% ซึ่งหากไม่มีการใช้เทคโนโลยี 5G จะทำให้การลงทุนยิ่งถดถอย กสทช.จึงได้เตรียมความพร้อมและกระตุ้นให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ได้ตื่นตัว โดยเริ่มต้นจากการทำศูนย์ทดลอบทดสอบ 5G กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีแผนที่จะขยายออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา ขณะเดียวกัน จะมีการจัดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700, 2600 และ 3500 เมกะเฮิรตซ์ อีกทั้ง คลื่นความถี่ย่าน 26 และ 28 กิกะเฮิรตซ์

โดย กสทช.เตรียมที่จะให้มีการประมูลคลื่นความถี่ โดยมีการประมูล 3 แบบ คือ ใบอนุญาตเฉพาะพื้นที่ในภาคอุตสาหกรรม, ใบอนุญาตครอบคลุมทั่วประเทศ และประมูลแบบมัลติแบนด์ (หลายย่านความถี่พร้อมกัน) กสทช.คาดว่าหากมีการประมูลคลื่นและใช้เทคโนโลยี 5G จะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ในปี 2578 ถึง 2.3 ล้านล้านบาท เมื่อ 5G เกิดขึ้น

ความท้าทายที่จะตามมาคือ การใช้บริการสื่อสารข้อมูลที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งความท้าทายในการจัดเก็บรายได้ ซึ่ง กสทช.จะเสนอแนวทางให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเกตเวย์ (โอทีที) เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ และไลน์ ระหว่างประเทศรายงานปริมาณของผู้ให้บริการแต่ละรายโดย กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์ปริมาณการจัดเก็บรายได้จากการใช้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยใช้บริการข้อมูลปริมาณน้อยหรือใช้งานส่วนบุคคลให้ใช้ฟรี หากใช้งานปริมาณมากหรือใช้งานในเชิงธุรกิจให้คิดค่าบริการอัตราก้าวหน้า โดยรายได้ที่เกิดขึ้นให้นำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน เพื่อนำมาบำรุงโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม

