เมื่อวันที่ 3 เมษายนเวลา 10.30 น. นายเฉาบิน หยาง ประธานบริหาร ฝ่ายผลิตภัณฑ์เครือข่าย 5G บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า หลังจากการพัฒนาโครงข่ายอินเตอร์เน็ต นานกว่า 10 ปี โดยได้เริ่มจาการพัฒนาเทคโนโลยี 2G จนมาถึงยุค 4G ที่กำลังก้าวข้ามไปใช้เทคโนโลยี 5G อย่างเต็มตัว ทั้งนี้ ได้มีการค้นพบว่า 5G เป็นระบบที่มีขีดความสามารถสูง ซึ่งจะเเป็นนนระบบที่เข้ามาส่งเสริม ระบบดิจิทัล, การขับเคลื่อนเทคโนโลยี และมีการสื่อสารที่มีการเชื่อมโยงถึงกันได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ เชื่อว่า จะสามารถพัฒนาระบบ 5G ให้สามารถเข้าถึงประชากรทั่วโลก ภายใน 3 ปี หรือประมาณปี 2564 ซึ่งเวอร์ชั่นแรกของการพัฒนาระบบ 5G ทางบริษัทฯ ได้มีการสำทดสอบเสร็จแล้ว และในช่วงปลายปี 2562 คาดว่าจะมีอีกหลายประเทศที่จะนำระบบ 5G ไปพัฒนาในประเทศของตน ซึ่งคาดว่าจะมีเครื่อข่ายมากกว่า 65 ประเทศ หรือประมาณ 65,000 โครงข่าย ซึ่งเป็นปัญหาที่ท้าทายสำหรับประเทศไทย ที่จะต้องมีการพัฒนาระบบ 5G เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว นอกจากนี้ ในปีนี้ บริษัทฯ จะพัฒนาสมาร์ทโฟนสำหรับเชื่อมต่อกับระบบ 5G โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการพัฒนาระบบประมาณ 1 ปี
“ประเทศไทยเริ่มพัฒนาระบบ 2G จากการสังเกตุพบว่า ในการพัฒนาในยุคปัจจุบันมีการใช้ระยะเวลาลดลงเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ประเทศจะเข้าสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง ซึ่งประโยชน์ของการพัฒนาระบบ 5G พบว่าสามารถประหยัดค่าติดตั้งอุปกรณ์ได้ถึง 35% เพราะในการติดตั้งใช้เพียงการเชื่อมต่อผ่านเสาอากาศเท่านั้น ทั้งนี้ ยังสามารถรองรับการเคลลื่อนที่ของสัญญาณได้เป็นอย่างดี ฉะนั้น จึงไม่แปลกเลยที่หลายประเทศสนใจเข้าร่วมการพัฒนาระบบ 5G รวมถึงประเทศไทยที่คาดว่าในอนาคตจะสามารถเชื่อมโยงและบูรณาการร่วมกันกับทั่วโลกได้” นายเฉาบินกล่าว

