เอไอเอสดัน 5G เต็มที่ จับมือ ‘จุฬาฯ-เกษตรศาสตร์’ เตรียมพร้อมบุคลากร หนุนบิซิเนสเคส

เอไอเอสดัน 5G เต็มที่ จับมือ ‘จุฬาฯ-เกษตรศาสตร์’ เตรียมพร้อมบุคลากร หนุนบิซิเนสเคส

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 เมษายน นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา “5G ปลุกไทยที่ 1 อาเซียน” จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ห้องประชุมอาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ด้วยคุณลักษณะเด่นของ 5G ทั้งในเรื่องของความเร็ว การตอบสนองที่เร็วเพิ่มขึ้น ทำให้บริการเกี่ยวกับวิดีโอสตีมมิ่ง วีอาร์ เออาร์ ทำใด้ดีมาก สามารถพัฒนาไปสู่ยานยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ เกิดขึ้นได้จริง

นายวีรวัฒน์กล่าวว่า ผู้ประกอบการแต่ละรายที่จะให้บริการได้ต้องมีความถี่ 3 ย่าน คือ Low Band, Mid Band และ High Band ต้องมีให้ครบเพื่อให้บริการ ขณะนี้ผู้ประการส่วนใหญ่มีคลื่นความถี่ให้บริการ 50-60 เมกะเฮิรตซ์ การไปถึง 4G ต้องมีถึง 100 เมกะเฮิรตซ์ แต่ราคาสูงมาก แม้เอไอเอสมีมากสุดแล้วแค่ 60 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้ต้องมีการลงทุนสถานีฐานเพิ่ม ลงทุนอุปกรณ์เพิ่ม ท่อร้อยสายเพิ่มขึ้น แม้จะลงทุนมาก แต่ถูกว่าย่านความถี่ ผลเสียคือทำให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถใช้บริการในคลื่นความถี่ที่สูงได้

“อยากให้การก้าวไปสู่ 5G ต้องไม่ซ้ำรอย 4G เพราะผู้ให้บริการต้องใช้เงินลงทุนที่สูง เช่น การไปเช่าท่อร้อยสาย ในกรณีที่ต้องนำสายไฟฟ้าลงดิน ทำให้ผู้ให้บริการต้องไปเช่าแพงกว่าการพาดสายไปตามเสาไฟฟ้าถึง 50 เท่า แม้ กสทช.หักค่าใช้จ่ายได้ แต่ยังน้อยกว่าต้นทุนจ่ายไป” นายวีรวัฒน์กล่าว

นายวีรวัฒน์กล่าวว่า จุดสำคัญของ 5G คือมาตรฐาน คาดว่าจะออกสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า กว่าจะออกมาเป็นอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีมาใช้อีกครึ่งปีเป็นอย่างน้อย ทำให้เต็มที่อีก 1-2 ปี โดยมีการเปรียบเทียบราคาความถี่ 4G และ 5G ซึ่งเป็นข้อมูลจากหัวเว่ย พบว่าของไทยมีราคาแบนด์วิธ ต่อเมกะเฮิรตซ์ 5G คิดเป็น 5.5% ของ 4G เกาหลี 47% ของ 4G สเปน 30% ซึ่งเทียบแล้ว 4G ไทยแพงสุด ถ้าเอามาเฉลี่ย ควรตก 5% ของ 4G เพื่อไม่ให้แพงกว่านี้

นายวีรวัฒน์กล่าวว่า ทั้งนี้ เอไอเอสนับสนุนเรื่อง 5G เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์กับสถานศึกษา นักศึกษา นักคิด นักประดิษฐ์ รวมแล้วได้ถึง 1,000 รายในเอไอเอพี มีการทดลองการใช้ สมาร์ทมิเตอร์ สมาร์ทไลฟ์ รวมถึงรถยนต์ไร้คนขับ และนอกเหนือจากการเตรียมพร้อมเทคโนโลยี มีต้องเตรียมพร้อมบิซิเนสเคสต่างๆ นำไปทดลองในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงเตรียมพร้อมบุคลากร โดยมีการลงนามกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาเกษตรศาสตร์ ศรีราชา และนำ 5G ไปทดลองใช้ในด้านต่างๆ

บทความก่อนหน้านี้ก้างตำคอ : นายเสียม : 3 เมษายน 62
บทความถัดไป‘3BB’พร้อมผลักดัน5จีสร้างความเปลี่ยนแปลงประเทศไทย