เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ห้องประชุมอาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานสัมมนา 5G ปลุกไทยที่ 1 อาเซียน
เวลา 12.00 น.นายจุลพงษ์ ลิมปสุธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา โดยปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้การตรวจเช็กผ่านระบบบาร์โค้ด และในอนาคตจะมีการพัฒนาระบบให้สามารถเช็กสินค้าได้ตามเวลาจริง (เรียลไทม์) แต่การพัฒนาก็จะขึ้นอยู่กับสาขา หากสาขาใดมีผู้ใช้บริการเยอะ ก็จะมีการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัลได้เร็ว แต่ในส่วนของระบบหลังบ้าน มีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการตรวจเช็กและเรียงสินค้าให้ถูกต้องตามลำดับจริง และมีการคัดแยกของด้วยระบบออโตเมชั่น
ทั้งนี้ ในขั้นตอนของการรับสินค้า ได้เปลี่ยนให้มีการเซนรับผ่านระบบด้วยหน้าจอทัชกรีน ซึ่งถ้าประเทศไทยมีระบบ 5G แผนในการติดสัญญาณจีพีเอสที่ตู้ไปรษณีย์ จะมีความเสรียถมากขึ้น ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ว่าในตู้นั้น มีจดหมายกี่ฉบับหรือตู้ไหนไม่มีจดหมาย จะได้ประหยัดเวลาในการตรวจเช็ก และในอนาคตอันใกล้นี้ ทางบริษัทจะนำข้อมูลของสินค้าเข้าสู่ระบบแอพพลิเคชั่นต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊ก เป็นต้น เพื่อสะดวกต่อการตรวจเช็ก ไม่ว่าลูกค้าจะมีแอพพลิเคชั่นไหนในสมาร์ทโฟน ก็สามารถเช็กสินค้าผ่านระบบเรียลไทม์แทรคกิ้งได้ นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงระบบให้บุรุษไปรษณีย์วิ่งตามแผนที่บนกูเกิลแมป เพื่อสะดวกต่อการติดตามพัสดุ
“ตอนนี้ได้มีการพัฒนาโดรนส่งสินค้าร่วมกับกระทรวงดีอี เพื่อก้าวสู่อีกขั้นของการขนส่งของไทย ทั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องผลักดันระบบ 5G ให้เกิดขึ้นก่อน โดยทุกภาคส่วนต้องบูรณาการร่วมกัน เพื่อผลักดันให้มียูสเคสเกิดขึ้น เพื่อให้ประเทศก้าวหน้าไปพร้อมกัน” นายจุลพงษ์กล่าว

