‘หุ่นยนต์ฟื้นฟูผู้ป่วย’ ชี้ 5G ช่วยรู้ผลกายภาพบำบัดแบบเรียลไทลม์
เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ห้องประชุมอาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานสัมมนา 5G ปลุกไทยที่ 1 อาเซียน นายวิบูลย์ แสงวีระพันธุ์ศิริ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (โรคสโตรก) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เมื่อราว 4-5 ปีก่อน ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 200,000 คนต่อปี โดยมีอัตราการสะสมอยู่ที่ 500,000 คน ซึ่ง 70% ของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด ต้องการการฟื้นฟู ขณะที่ 20% ได้รับการฟื้นฟูเพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็สามารถหายได้ ซึ่งพบมากในผู้ป่วยที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว และ 10% เป็นผู้พิการ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ต่อปีมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพิ่มขึ้นเป็น 250,000-300,000 คน ซ้ำยังเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่อายุยังน้อยลงเรื่อยๆ
นายวิบูลย์กล่าวว่า ไทยกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานเข้าขั้นรุนแรง ยิ่งปัญหาการขาดแคลนกำลังคนด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะแพทย์ ที่ไทยมีค่าเฉลี่ยแพทย์ 1 คนต่อจำนวนประชากร 2,065 คน อีกทั้งในอีก 1-2 ปีข้างหน้านี้ ไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ จึงต้องหันมาพึ่งพาหุ่นยนต์
“ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ควรได้รับการฟื้นฟู ซึ่งหุ่นยนต์ทางการแพทย์ เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยระบบหุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้น เหมาะสมสำหรับใช้ในกิจกรรมกายภาพบำบัดที่มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งการได้รับการฟื้นฟูให้เร็วที่สุด และบ่อยครั้งที่สุด ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ป่วย ทั้งนี้ หุ่นยนต์ทางการแพทย์ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการทำงาน โดยจะทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของข้อต่อต่างๆ ของหุ่นยนต์ รวมถึงสามารถควบคุมแรงที่แต่ละข้อต่อของหุ่นยนต์ได้” นายวิบูลย์กล่าว
นายวิบูลย์กล่าวว่า จากลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติและทดสอบ 5G เป็นเวลา 2 ปี ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในชื่อ ศูนย์ 5G เอไอ/ไอโอที อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส จึงขอเข้าร่วมการสนับสนุน โดยอนุญาตการพื้นที่สำหรับการจัดเก็บข้อมูลไว้ที่ระบบคลาวด์เซอร์วิส
สำหรับการฝึกปฏิบัติหุ่นยนต์จะทำการบันทึกข้อมูลการฝึกปฏิบัติแบบเวลาจริง (เรียลไทม์) เช่น แรงฝึกปฏิบัติที่เกิดขึ้น เป็นแรงที่ผู้ฝึกปฏิบัติเป็นผู้ออกแรง หรือเป็นแรงที่หุ่นยนต์ออกแรงเสริม รวมถึงในกรณีที่ผู้ฝึกปฏิบัติไม่สามารถเคลื่อนไหวอวัยวะที่ต้องการฟื้นฟู ตามท่าทางที่กำหนดได้อย่างเหมาะสม ซึ่งแต่ละคนมีปัญหาที่แตกต่างกันไป โดยข้อมูลในการฝึกปฏิบัติดังกล่าว สามารถเก็บไว้ที่หุ่นยนต์ หรือส่งไปเก็บไว้ที่ส่วนกลางในลักษณะ “คลาวด์เซอร์วิส”
นอกจากโครงสร้างทางกลไกของหุ่นยนต์ รวมทั้งระบบการควบคุมการทำงาน ระบบตรวจรู้ การเชื่อมต่อสัญญาณของอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการสนับสนุนการทำงานทั้งระบบ ทำให้สามารถพัฒนาส่วนเสริมต่อ เพื่อทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการฝึกปฏิบัติของระบบหุ่นยนต์ต่างๆ สามารถทำงานผ่านระบบ 3G และ 4G ได้ อีกทั้งจะมีการพัฒนาเพื่อใช้ร่วมกับ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

