ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ประจำเดือนมีนาคม 2562 ว่า ดัชนีปรับตัวลดลงทุกรายการครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ด้วยปัจจัยลบของผู้บริโภคที่มีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวช้าและกำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมากนัก ประกอบกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาสงครามการค้าและปัญหาการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร (เบร็กซิท) ขณะที่ ราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อีกทั้ง ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ภาวการณ์ใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนมีนาคม 2562 ได้แก่ การซื้อรถยนต์คันใหม่ ลดลงอยู่ที่ 89.4% จาก 93.2% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ การซื้อบ้านหลังใหม่ ลดลงอยู่ที่ 64.2% จาก 67.5% ด้านค่าใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว ลดลงอยู่ที่ 79.6% จาก 82.8% และการลงทุนทำธุรกิจ ลดลงอยู่ที่ 44.5% จาก 48%
ส่วนภาวการณ์ทางสังคม ทั้งความสุขในการดำเนินชีวิต ดัชนีลดลงอยู่ที่ 81.6% จาก 84.1% ในเดือนก่อน ด้านภาวะค่าครองชีพ ลดลงอยู่ที่ 60.7% จาก 62.7% ขณะที่ ปัญหายาเสพติด ปรับตัวต่ำลง อยู่ที่ 64.5% จาก 66.3% และสถานการณ์ทางการเมือง ดัชนีลดลงอยู่ที่ 80.5% จาก 84.1%
“ประเมินว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะชะลอตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ จะขยายตัวอยู่ที่ 3.5%-4% โดยครึ่งปีแรก จะขยายตัวอยู่ที่ 3.3%-3.5% ขณะที่ครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดหวังว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกจะนำมาซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และไม่มีการประท้วงนอกรัฐสภา จะทำให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 3.7%-4% ซึ่งสอดคล้องการปรับตัวเลขประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจปี 2562 ที่หลายหน่วยงานคาดการณ์ว่า จะขยายตัวต่ำกว่า 4%”
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสงครามการค้าและเบร็กซิทว่า จะมีความชัดเจนอย่างไร ประกอบกับสถานการณ์การเมืองและปัจจัยอื่นๆ ภายในประเทศ และหากจะมีการปรับตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ จะประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะที่คาดว่าการส่งออกจะขยายตัวใกล้เคียง 4%

