หน้าแรก เศรษฐกิจ สศค.คาดระบบ S...

สศค.คาดระบบ Single Window เพิ่มความเร็วให้การขนส่งกว่าเท่าตัว

4.04.19 | 16:23 น.

วันที่ 4 เมษายน ที่ จ.เชียงราย นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน ครั้งที่ 23 และการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน ครั้งที่ 5 ว่า มีการหารือเกี่ยวกับความเชื่อมโยงในการพัฒนาระบบการชำระเงินและการบริการ เพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุนในอาเซียน การส่งเสริมให้ภาคการเงินมีแนวปฏิบัติเพื่อตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาด้านการเงินที่ยั่งยืน และสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกัน ที่จะสนับสนุนให้เกิดการพึ่งพาความรู้ ความมั่นคงและความปลอดภัยทางไซเบอร์

นายลวรณ กล่าวว่า ในการประชุมช่วงเช้า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้หารือทวิภาคี 4 ชุดคือ ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของลาว ซึ่งได้หารือในเรื่องของระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ สำหรับการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์อาเซียน (Single Window) ซึ่งลาวยังไม่มีความพร้อมมากนัก ไทยจึงเสนอความช่วยเหลือให้ลาว และลาวพร้อมรับความช่วยเหลือ จึงมั่นใจว่าภายในปี 2562 จะเกิดการเชื่อมโยงระบบอาเซียน Single Window ได้สำเร็จแน่นอน โดยลาวได้มีการขอให้ไทยซื้อไฟฟ้าจากลาวมากขึ้น รวมถึงสร้างการระดมทุน อาทิ การออกตราสารหนี้สกุลเงินบาท (บาทบอนด์) พันธบัตร แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แนะนำว่า การระดมทุนในปัจจุบันมีหลายวิธีมากขึ้น อาทิ การออกกองทุนอินฟราฟันด์เหมือนกับที่ประเทศไทยเคยออกไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยินดีสนับสนุนต่อไป อีกทั้งยังมีการหารือเรื่องระบบการชำระเงินระหว่างไทยและลาวด้วย

นายลวรณ กล่าวว่า จากนั้นได้หารือร่วมกับคณะของเวียดนาม ซึ่งมีการหารือเรื่องสำคัญคือ การส่งต่อการเป็นเจ้าภาพอาเซียนในปี 2563 ให้กับเวียดนาม ซึ่งได้ขอให้เวียดนามผลักดันอีก 2 เรื่องสำคัญที่ไทยได้พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในปีนี้คือ การเชื่อมโยงการชำระเงินระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนและความยั่งยืนทางการเงิน รวมถึงได้หารือร่วมกับเลขาธิการอาเซียนในเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างวิธีการทำงานร่วมกัน และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินงาน เพื่อลดจำนวนการประชุมให้น้อยลง หรือใช้เป็นการประชุมออนไลน์มากขึ้น ในขณะเดียวกันได้มีการขอให้ภาคเอกชนทำโครงการซีเอสอาร์ในประเทศกลุ่มอาเซียนมากขึ้น

“ตอนนี้ทั้ง 9 ประเทศสามารถเชื่อมโยงระบบอาเซียน Single Window ได้แล้ว และหากลาวได้ระบบที่ไทยมีอยู่แล้วนำไปใช้ จะทำให้สามารถเชื่อมโยงกันได้ครบทั้ง 10 ประเทศ โดยยืนยันว่าทุกกระทรวงของไทยใช้ระบบนี้ได้ครบหมดแล้ว ซึ่งจะนำไปสู่ความรวดเร็วในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน ทำให้สินค้าที่จะนำมาค้าขายระหว่างกันนำมาขายได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เร็วขึ้นกว่าเท่าตัว โดยจะมีการเปิดทางเชื่อมโยงระหว่างธนาคารกลางของแต่ละประเทศ เพื่อให้ภาคเอกชนลุยต่อ ซึ่งในอนาคตอาจจะไม่ใช่แค่จับคู่กันเท่านั้น แต่สามารถเชื่อมโยงและใช้งานได้กับทุกธนาคาร ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีเพียง 10 ประเทศที่ทำได้เท่านั้น แต่อาจจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ได้ด้วย”