ได้ดีเพราะความใหญ่โดยแท้ สำหรับ นิสสัน อัลเมร่า รถยนต์อีโคคาร์ประเภทซีดาน หรือ 4 ประตู
แม้ว่ามาทีหลังรุ่นพี่อย่าง นิสสัน มาร์ช อีโคคาร์ แฮตช์แบ๊ก หรือ 5 ประตู เป็นรถยนต์อีโคคาร์รุ่นแรก ตามโครงการผลิตรถเก๋งเล็กแบบประหยัด เสียภาษีอัตรา 17%
นิสสันส่งอีโคคาร์คันแรกอย่างมาร์ช ออกมาปี 2010 นิสสันไม่ปล่อยให้ค่ายอื่นได้หายใจหายคอ ส่ง นิสสัน อัลเมร่า ตามมาทันทีในปี 2011
อีโคคาร์ซีดานได้ใหญ่รุ่นนี้ กลายเป็นขวัญใจอีโคคาร์ เป็นรถยอดนิยมวิ่งกันเกลื่อนเมือง เพราะความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร มีพื้นที่ใช้สอยเยอะนั่งสบาย
ล่าสุด นิสสัน ในประเทศไทย ปรับสไตล์อัลเมร่า ใหม่ รุ่นปี 2019 และเพิ่มรุ่นพิเศษ อี สปอร์ตเทค ตกแต่งภายในและภายนอกใหม่ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะเป็นอัลเมร่ารุ่นสุดท้าย ก่อนจะมีรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อความสำเร็จ
สำหรับรุ่นพิเศษ อี สปอร์ตเทค ใหม่ ก้าวไปอีกขั้นด้วยสไตล์และความปลอดภัย โดยเพิ่มอุปกรณ์ชุดแต่งแบบสปอร์ตใหม่มากมาย ได้แก่
พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ ดี-เชป (D-Shape) ใหม่ ชุดครอบกันชนหน้าสีดำ กระจังหน้าโครเมียมสีดำ ชุดสเกิร์ตข้างสีดำ และชุดสเกิร์ตหลังสีดำ
ภายนอกมีสามสีให้เลือก ได้แก่ สีขาว ไวท์ เพิร์ล สีดำ แบล๊ก สตาร์ และสีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์

นอกจากนี้ยังตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยวัสดุพรีเมียมสีดำ เปียโน แบล๊ก ตัดขอบด้วยสีเงิน ทำให้สไตล์ภายในลงตัวมากขึ้น พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ ดี-เชป ใหม่ ติดตั้งปุ่มควบคุมระบบเสียงใช้งานง่าย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และปลอดภัยมากขึ้น
ที่ผ่านมาถือว่า นิสสัน อัลเมร่า เป็นรถอีโคคาร์แบบซีดานคันแรกของประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างมาก
สำหรับรุ่นปี 2019 ใหม่นี้ ยังคงเน้นความคุ้มค่า ยังมาพร้อม ดิสเพลย์ ออดิโอ (Display Aud) แบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อบลูทูธ การเชื่อมต่อกับแอปเปิล คาร์เพลย์ และจอแสดงภาพด้านหลังหรือ เรียร์ วิว มอนิเตอร์ (Rear View Monitor) เพื่อความสะดวกในการจอดรถ ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหลังโดยแสดงภาพขณะถอยไว้ที่หน้าจอโดยไม่จำเป็นต้องหันหลังไปมอง
อัลเมร่า รุ่นปี 2019 ใหม่ ตั้งแต่รุ่น 1.2 S MT ขึ้นไปจนถึงรุ่น 1.2 VL สปอร์ตเทค ยังนำเสนอรูปลักษณ์ภายนอกดูทันสมัยและมีสไตล์ขึ้น ด้วยไฟหน้าฮาโลเจนพร้อมฟังก์ชั่นระบบไฟหน้า ฟอลโลว์มีโฮม (Follow-me-home) หรือไฟส่องสว่างที่พื้น พร้อมกระจกมองข้างใหม่ มีสัญญาณไฟเลี้ยวอยู่ที่ตัวกระจก
อัลเมร่า รุ่นปี 2019 ติดตั้งระบบปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยแนวคิดความปลอดภัยของนิสสัน เซฟตี้ ชิลด์ เป็นแนวทางในการพัฒนาและวิศวกรรมของรถยนต์ทุกคันของนิสสัน
เทคโนโลยีเหล่านี้ ประกอบด้วยระบบเบรกป้องกันล้อล็อกแบบ ABS ระบบกระจายแรงเบรก (Electronic Brake Force Distribution: EBD) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกและระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assit: BA)

สำหรับเครื่องยนต์ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1198 ซีซี 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ เอ็กซ์ทรอนิก ซีวีที (XTRONIC CVT) เมื่อเทียบกับระบบเกียร์อัตโนมัติทั่วไปโดยให้อัตราเร่งที่ดี ทำให้การขับขี่มีความราบรื่น แต่ปล่อยมลพิษต่ำกว่า 120 กรัมต่อกิโลเมตรเท่ากับมาตรฐานไอเสียของยุโรป
มีให้เลือก 7 สี ได้แก่ สีขาว ไวท์ เพิร์ล (White Pearl) สีเทา ดีพ ไอริส เกรย์ (Deep Iris Grey) สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver) สีดำ แบล๊ก สตาร์ (Black Star) สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) สีน้ำตาล เกรย์ยิช บรอนซ์ (Grayish Bronze) และสีม่วง พลัม (Plum) ราคาเริ่มต้น 445,000 บาท สำหรับรุ่น 1.2 S MT ปรับขึ้นมาจากรุ่นเดิมประมาณไม่ถึงหมื่นบาท
โดยภาพรวมถือว่าใช้งานได้หลากหลาย แม้ว่าจะเป็นรถเก๋งแต่เครื่องยนต์เล็ก อัตราเร่งไม่ได้หวือหวานัก แต่เมื่อได้รูปร่างดูค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับคู่แข่ง และการวิ่งระยะทางไกลก็ไม่เหนื่อยจนเกินไป จึงเป็นรถใช้งานได้คุ้มค่า ตามประสารถยนต์ประหยัดประเภทอีโคคาร์
นายพล

