หุ้นเด่นในสัปดาห์นี้แนะนำเป็นหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวคือ AOT หรือบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ถึงแม้ว่าภาคการท่องเที่ยวไทยจะยังทรงตัวอยู่ก็ตาม
โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ให้มุมมองว่า หลังจากคณะกรรมการ ทอท.มีมติให้ฝ่ายบริหารจัดการเปิดประมูลพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) โดยให้แยก 2 สัญญาคือ 1.สนามบินสุวรรณภูมิ โดยให้สัมปทานแบบรายเดียว เป็นเวลา 10 ปี 6 เดือน คือระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2563-31 มีนาคม 2574 และ 2.รวม 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินภูเก็ต, สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินหาดใหญ่ โดยกำหนดว่าผลประโยชน์ตอบแทนรวมของทั้ง 2 สัญญาจะต้องไม่ต่ำกว่าที่ ทอท.เคยได้รับอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่ากระบวนการประมูลจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ทำให้ บล.เอเชียฯมีมุมมองเป็นบวก เพราะจะช่วยให้ ทอท.สามารถเดินหน้าโครงการจัดประมูลดิวตี้ฟรีต่อได้ จากที่ถูกรัฐบาลสั่งชะลอและทบทวนแนวทางการประมูลใหม่ เนื่องจากมีข้อทักท้วงเรื่องการผูกขาดขึ้น
แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนกลับมาหดตัวอีกครั้งในรอบ 4 เดือน จึงเตรียมเสนอขยายมาตรการฟรีวีซ่าให้กับ 20 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจไต้หวัน โดยขยายเพิ่มอีก 3 เดือน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้มากขึ้น ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ก็พบว่าจำนวนผู้โดยสารรวมของ ทอท.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4% จึงมีการปรับคำแนะนำเป็นให้ “ซื้อ” จากเดิมที่แนะนำให้ “ถือ” สะสมไว้
โดยแนะนำราคาเป้าหมายใหม่ที่ 75.00 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่ให้ไว้ 70.00 บาทต่อหุ้น เนื่องจากมองว่าค่าตอบแทนขั้นต่ำของรายได้สัมปทานร้านค้าดิวตี้ฟรี และรายได้ค่าเช่าร้านค้าเชิงพาณิชย์จากสัมปทานใหม่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 จะเพิ่มขึ้น 20% ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้นประมาณ 7% และเพิ่มมูลค่าให้กับหุ้น AOT ประมาณ 5 บาท โดยรายได้จากสัมปทานดิวตี้ฟรีคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 28% ของรายได้ทั้งหมด
จึงถือเป็นมุมมองที่ไม่สอดคล้องกับบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่มองว่า ถึงแม้มีการชะลอการประมูลดิวตี้ฟรี แต่ยังอยู่ในกรอบเวลา โดยจากประกาศการชะลอการประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรี หลังจากกระทรวงคมนาคมขอให้ทอท.ทบทวนแผนการประมูล โดยจะชะลอขั้นตอนการประมูลออกไป 2 สัปดาห์ ซึ่งหากไม่มีปัญหาหรือข้อกังวลใหม่ขึ้นอีก ทอท.จะดำเนินการประมูลต่อไป แต่ผลการประมูลน่าจะล่าช้าจากเดิมที่คาดว่าจะทราบผลสรุปภายในเดือนพฤษภาคม เลื่อนไปเป็นเดือนกันยายน 2562 จึงยังคงแนะนำให้ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 75.00 บาท

