เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่งานประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน ณ จังหวัดเชียงราย จัดโดยกระทรวงการคลังร่วม และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า การเชื่อมโยงระบบการเงินจะทำให้ความร่วมมือทางการเงินและเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนเข้มแข็งมั่นคง สนับสนุนการค้า การลงทุนและบริการต่างๆ ในภูมิภาค ประเทศอาเซียนจึงได้มีการผลักดันให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและมาตรฐานกลางที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ ขณะนี้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร(นอนแบงก์) และผู้ให้บริการบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ได้มีการพัฒนาบริการชำระเงินระหว่างประเทศด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น การชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดที่ปัจจุบันสามารถชำระเงินข้ามประเทศได้ใน 4 ประเทศอาเซียน ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ สปป.ลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย เมียนมา อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะครบ 10 ประเทศในที่สุด การโอนเงินระหว่างประเทศผ่านบล็อกเชน การออกหนังสือค้ำประกัน(แอลซี) ผ่านบล็อกเชน การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันผ่านแพลตฟอร์ม(เอพีไอ) และเครือข่ายการให้บริการบัตร เป็นต้น ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการกลุ่มต่างๆ และจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเงิน ทำให้การธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศสะดวกขึ้น รวมทั้งเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชากรในอาเซียนให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น
“โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและมาตรฐานกลางที่สามารถเชื่อมโยงกันได้จะช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินการ สามารถรับเงินได้เรียลไทม์ และจะช่วยลดค่าธรรมเนียมและลดต้นทุนของผู้ใช้บริการลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าธรรมเนียมเฉลี่ยการโอนเงินไปต่างประเทศของไทยวงเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐ มีค่าธรรมเนียม 36 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั้งโลกอยู่ที่ 32 ดอลลาร์สหรัฐ สิงคโปร์อยู่ที่ 16 ดอลลาร์สหรัฐ มาเลเซียอยู่ที่ 15 ดอลลาร์สหรัฐ แต่อินเดียอยู่ที่เพียง 6 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เป็นการส่งเสริมให้มีการใช้สกุลเงินท้องถิ่นชำระเงินระหว่างกัน ไม่ต้องแปลงค่าเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐก่อน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยนได้” นายวิรไท กล่าว
นางสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธปท. กล่าวว่า การเชื่อมโยงระบบการเงินของอาเซียนครอบคลุมแล้ว 8 ประเทศ สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย คาดว่าจะทยอยครบทั้ง 10 ประเทศในอนาคต ซึ่งบริการทางการเงินอยู่ระหว่างการทดสอบและจะทยอยออกมาให้บริการอย่างเป็นทางการในไทยและประเทศอาเซียนเร็ว ๆ นี้ ประกอบด้วย กัมพูชาและไทยร่วมมือชำระเงินระหว่างประเทศด้วยคิวอาร์เพย์เมนท์ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ได้พัฒนาและทดสอบการให้บริการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดข้ามประเทศร่วมกับสาขาของธนาคารไทพาณิชย์ในกัมพูชา จะทำให้การชำระเงินระหว่างลูกค้าและร้านค้าของทั้งสองประเทศสะดวกมากขึ้น และนักท่องเที่ยวไทยจะสามารถใช้โมบายแบงก์กิ้งของธนาคารไทยในการสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อจ่ายเงินที่ร้านค้าในกัมพูชา ซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไทยไปกัมพูชากว่า 2 แสนราย ด้านอินโดนีเซียและไทย ทางธปท.ได้ลงนามความร่วมมือกับธนาคารกลางอินโดนีเซีย ด้านการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ส่งเสริมพัฒนานวัตกรรม เชื่อมโยงการเงินระหว่างประเทศ และยังมีความร่วมมือเป็นบริการธุรกรรมชำระเงินผ่านธนาคารที่เป็นตราสารทางการค้า (แอลซี) โดยธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับจีซีเอ็มซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและเป็นบริษัทในกลุ่มของบมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล ได้ทดสอบการทำธุรกรรมสินเชื่อเพื่อการค้า (เทรดไฟแนนซ์)
นางสิริธิดา กล่าวว่า ธนาคารแห่งสปป. ลาวและธปท. ได้ลงนามความร่วมมือศึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐานระบบชำระเงินมาตรฐานคิวอาร์โค้ด รองรับการชำระเงินระหว่างลาวและไทย ขณะเดียวกันยังมีร่วมมือด้านคิวอาร์โค้ดผ่านธนาคารธนชาตกับธนาคารบีซีอีแอลของลาว ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าชำระเงินได้ทันที มีแผนจะขยายไปธนาคารอื่นในกลุ่มซีแอลเอ็มวี และธนาคารกรุงศรีอยุธยาพัฒนาบล็อคเชนให้ภาคธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศแบบทันที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันในด้านการบริหารจัดการ ลดต้นทุน และช่วยลดความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่เมียนมาและไทยความร่วมมือการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยบลอคเชน ผ่านธนาคารกรุงไทยกับชเวแบงก์ เมียนมา เริ่มเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนความร่วมมือสิงคโปร์และไทย เป็นการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านเอพีไอ โดยธนาคารกสิกรไทย ร่วมพัฒนาเพื่อรองรับการโอนเงินจากสิงคโปร์มาไทยโดยผู้โอนสามารถตรวจสอบสถานะบัญชีของผู้รับโอนก่อนการโอนเงิน และสามารถโอนเงินได้สูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อรายการ
นอกจากนี้ สิงคโปร์กับไทยยังร่วมมือชำระเงินระหว่างประเทศคิวอาร์เพย์เมนท์ โดยเอไอเอส เอ็มเพย์ เริ่มให้บริการโกลบอลเพย์ ซึ่งเป็นโมบายแอปพลิเคชั่นช่วยให้ลูกค้าคนไทยที่ใช้อี-วอลเลท ซึ่งในอนาคตจะขยายไปยังบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้สามารถใช้บริการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด และธนาคารกรุงเทพก็ได้พัฒนาชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดเช่นกันโดยร่วมกับผู้ให้บริการไทยเพย์เมนท์เน็ตเวิร์ค และยูเนี่ยนเพย์ ในการทดลองให้บริการชำระเงินด้วยมาตรฐานอีเอ็มวีผ่านการใช้แอปฯบีบีแอล บีวอลเลทที่สิงคโปร์ ขณะที่ความร่วมมือมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เป็นการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านเอพีไอของธนาคารซีไอเอ็มบีจะเปิดบริการสปีดเซนด์ โอนเงินระหว่างประเทศค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 99 บาท และยังเชื่อมโยงอาเซียนกับ 31 ประเทศทั่วโลกด้วย

