นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะคณะทำงานเพื่อพิจารณาราคายาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการ-รักษาพยาบาล-บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีให้โรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิตและจำหน่าย รวมถึงร้านขายยา ต้องจัดส่งข้อมูลต้นทุนและราคาหรือค่าบริการมาให้กรมฯภายในวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการพิจารณาและจัดทำมาตรฐานโครงสร้างราคาและค่าบริการตามความเหมาะสม ว่า ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังโรงพยาบาลเอกชน 353 แห่งให้จัดส่งข้อมูล พบว่า ถึงกำหนดวันที่ 4 เมษายน มีโรงพยาบาลเอกชน 295 แห่งความร่วมมือจัดส่งข้อมูลตามเวลาที่กำหนด ในจำนวนนี้ 72 แห่งให้ปรับปรุงข้อมูลให้สอดคล้องกับที่กรมฯต้องการ ขณะที่ 58 แห่งยังไม่มีการจัดส่งข้อมูล ซึ่งในส่วนนี้ต้องตรวจสอบเพราะเหตุใด เช่น ยังไม่ได้รับหนังสือ หรือ ตอบกลับแล้วแต่เลยกำหนด ซึ่งหากพบว่ารายใดมีเจตนาเพิกเฉยก็จะดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 18 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในส่วนของผู้ผลิต นำเข้า และร้านจำหน่าย ก็ยังทยอยจัดส่งข้อมูลเพราะบางส่วนส่งเป็นตารางราคาขายปลีกซึ่งไม่ใช้ราคาต้นทุนแท้จริง โดยกำหนดให้ทุกรายจัดส่งให้ครบภายในสัปดาห์หน้า หากเลยกำหนดจะใช้กฎหมายเอาผิดทันที
นายวิชัย กล่าวว่า เมื่อแยกเป็นรายการ พบว่า เป็นบัญชียาทั้งหมด 3,892 รายการ เวชภัณฑ์ 868 รายการ และค่าบริการ 5,286 รายการ และข้อมูลต้นทุนเบื้องต้น พบว่า มีโรงพยาบาลเอกชนเพียงครึ่งแล้วกำหนดราคาที่สมเหตุสมผล ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนกว่าครึ่ง หรือกว่า 100 แห่งคิดค่ายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการสูงเกินควร บางรายงานสูงถึง 200-300% ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลขนาดกลางและใหญ่
นายวิชัย กล่าวว่า จากนี้จะทำ 2แนวทางควบคู่กัน คือ กำหนดราคาและค่าบริการที่เป็นมาตรฐานที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ตามข้อมูลที่ได้รับในแต่ละส่วน ก่อนเผยแพร่ในเว็บไซต์ของกรมฯและจัดทำคิวอาร์โค้ด ให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รู้ว่ารายการยาหรือค่าบริการในแต่ละโรงพยาบาลคิดเท่าไหร่ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนและศึกษาก่อนเข้ารักษา อีกส่วนก็จะเชิญโรงพยาบาลและบริษัทยามาหารือในการปรับลดราคาหรือค่าบริการให้สอดคล้องกับโรงพยาบาลเอกชนที่มีการกำหนดราคาหรือค่าบริการที่สมเหตุสมผลต่อไป หากยังเพิกเฉยก็จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) เห็นชอบใช้มาตรการตามกฎหมาย มาตรา 29 มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1. 4แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดำเนินการเอาผิดกับทางโรงพยาบาลเมื่อมีผู้ใช้บริการร้องเรียนถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายค่ายาและค่าบริการที่แพงเกินจริง
“ เรื่องนี้ผู้ใช้บริการสามารถมาร้องที่กรมฯเพื่อดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับทางโรงพยาบาลหากพบความไม่เป็นธรรรม ทางกรมฯก็จะดำเนินการให้ เรื่องนี้เมื่อมีราคามาตรฐานแล้วสามารถดำเนินการได้ทันที อีกทางก็จะเสนอคณะกรรมการ กกร.ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน พิจารณาและเห็นชอบให้กรมฯมีอำนาจในการใช้มาตรการฟ้องร้องโรงพยาบาลหากตรวจพบว่าคิดค่ายาหรือค่าบริการเกินกว่าราคามาตรฐาน2-3 เท่าตัว ซึ่งต้องดูว่าจะนำเสนอได้ในรัฐบาลชุดนี้หรือรัฐบาลใหม่” นายวิชัย กล่าว

