หน้าแรก เศรษฐกิจ แล้ง-บาทแกว่ง...

แล้ง-บาทแกว่ง กระทบราคาพืชเศรษฐกิจยกแผง

5.04.19 | 15:27 น.

นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนเมษายน 2562 ว่า ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาอยู่ที่ 8.08-8.16 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.50-1.50 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาบางส่วนได้รับความเสียหายจากภัยแล้งในช่วงเก็บเกี่ยว ผลผลิตออกสู่ตลาดจึงลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ภายในประเทศเพิ่มขึ้นจากการลดการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อใช้ในผลิตอาหารสัตว์

นายสมเกียรติ กล่าว ส่วนยางพาราแผ่นดิบ ราคาอยู่ที่ 43.49-46.57 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน  0.38-7.48%  เนื่องจากเป็นช่วงฤดูยางผลัดใบ เกษตรกรหยุดกรีดยาง ประกอบกับภาวะอากาศที่แล้งส่งผลต่อปริมาณน้ำยางที่กรีดได้ จึงทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง  มันสำปะหลัง ราคาอยู่ที่ 2.17-2.25 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย 0.46 -3.70% เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยว ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง แต่ความต้องการยังมีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคาส่งออกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาเพิ่มขึ้น และสุกร ราคาอยู่ที่ 66.50–70.00 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.09–0.84% เนื่องจากความต้องการบริโภคเนื้อสุกรเพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับสภาวะอากาศร้อนส่งผลให้สุกรเจริญเติบโตช้าทำให้ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลง

นายสมเกียรติ  กล่าวอีกว่า สินค้าเกษตรราคาลดลง  ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% อยู่ที่ 7,423-7,526 บาท/ตัน ลดลงจากเดือนก่อน 0.46-1.85% เพราะค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและผลผลิตข้าวนาปรังกำลังทยอยออกสู่ตลาด ข้าวเปลือกหอมมะลิ อยู่ที่ 15,231-15,593 บาท/ตัน ลดลงจากเดือนก่อน 1.09-3.37% เนื่องจากเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว อยู่ที่ 9,985-10,322 บาท/ตัน ลดลงจากเดือนก่อน 0.93-4.35 % เนื่องจากผลผลิตข้าวเหนียว นาปรังกำลังทยอยออกสู่ตลาด

ส่วนน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก อยู่ที่ 12.60-12.67 เซนต์/ปอนด์ (8.81-8.86 บาท/กก.) ลดลงจากเดือนก่อน 0.50-1.00%  เนื่องจากอินเดียจะส่งออกน้ำตาลดิบแก่อิหร่านในเดือนมีนาคมและพฤษภาคม ซึ่งเป็นการขายแก่อิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ขณะที่อิหร่านกำลังประสบปัญหาการจัดหาอาหารภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ประกอบกับรัฐบาลอินเดียมีแผนให้เงินกู้ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้แก่โรงงานน้ำตาลและโรงงานน้ำตาลรีไฟน์ จึงเป็นแรงกระตุ้นการผลิตน้ำตาลของอินเดียและจะส่งผลให้ผลผลิตน้ำตาลโลกเพิ่มขึ้น