หน้าแรก เศรษฐกิจ ธอส.เตรียมตั้...

ธอส.เตรียมตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่ม หลังควบกับบตท.

6.04.19 | 08:37 น.

แหล่งข่าวจากธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)เปิดผยว่า ได้รับนโยบายถึงแผนการนำบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย(บตท.)มาควบรวมกับธนาคารมาระยะหนึ่งแล้ว เหตุผลคือการทำธุรกิจของบตท.ไม่ถือว่าจำเป็นสำหรับการเป็นเครื่องมือของรัฐในการดำเนินนโยบายการคลัง ขณะเดียวกันอาจจะทำให้รัฐมีต้นทุนเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย ซึ่งธุรกิจที่บตท.ดำเนินการอยู่ คือการรับซื้อสินเชื่อบ้าน โดยสินเชื่อที่รับซื้อมานั้น ส่วนใหญ่หรือทั้งหมด เป็นสินเชื่อเกรดสอง มีโอกาสเป็นลูกหนี้จัดชั้นหรือเป็นหนี้เสียในอนาคต

“สภาพปัจจุบัน แบงก์พาณิชย์ต่างๆนั้น ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ดังนั้น การขายพอร์ตสินเชื่อ ก็ไม่จำเป็น แต่คนซื้อ ซึ่งก็คือ บตท.ยังต้องทำธุรกิจต่อไป โดยสินเชื่อที่รับซื้อ ส่วนใหญ่ก็เป็นสินเชื่อเกรดสอง มีโอกาสเป็นหนี้จัดชั้นหรือหนี้เสีย เมื่อบตท.ต้องไประดมทุน จะทำให้เขามีต้นทุนสูง ทางระดับนโยบายเลยคิดว่ายังจำเป็นต้อง มีบตท.หรือไม่ ”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ตามแผนการควบรวมกิจการ คือ หลังจากร่างกฎหมายเพื่อควบรวมกิจการมีผลบังคับใช้ ทั้งสองแห่งต้องควบรวมให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งธอส.จะต้องเป็นผู้เข้าไปประเมินสินทรัพย์และหนี้สินของบตท.เพราะจะมีผลต่อการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งการตั้งสำรองจะต้องเป็นเกณฑ์เดียวกัน หมายถึงต้องเข้มข้นขึ้น จากปัจจุบันเกณฑ์การจัดชั้นหนี้ของบตท.จะต่ำกว่าธอส.

” ธอส.คงต้องตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้นหากรับพอร์ตสินเชื่อของบตท.มาบริหาร เพราะปัจจุบันจะตั้งเกณฑ์สำรองไว้ในระดับสูง ถ้านำพอร์ตสินเชื่อบตท.มารวม ก็ตั้งเป็นเกณฑ์เดียวกัน ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้เงินสำรองเพิ่มจำนวนเท่าใด ต้องรอเข้าไปประเมินภาพรวมธุรกิจบตท.ก่อน ซึ่งจะดำเนินการหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ” แหล่งข่าว กล่าว

แหล่งข่าว กล่าวว่า ทางธนาคารยังไม่ทราบนโยบายที่ชัดเจนว่า หลังนำบตท.ควบกิจการกับธอส.แล้ว จะให้ธอส.ทำธุรกิจรับซื้อสินเชื่อต่อจากบตท.หรือไม่ หากนโยบายให้ทำได้ จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายธอส.เพิ่ม เพราะกฎหมายปัจจุบันไม่เปิดทางให้ทำได้ หากจะให้บริหารพอร์ตสินเชื่อต่อจนถึงหมดอายุ ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย

Advertisement

ทั้งนี้ พอร์ตสินเชื่อของบตท.มีอยู่หลักหมื่นล้านบาทเท่านั้น สำหรับพนักงานต้องดูว่าจะรับโอนได้จำนวนเท่าใด  ขึ้นอยู่กับประเภทการว่าจ้าง และปัจจุบันพนักงานบตท.มีประมาณกว่าร้อยคนเท่านั้น