นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน ครั้งที่ 23 และการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน ครั้งที่ 5 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่จังหวัดเชียงราย ว่า รัฐบาลในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนารายใหญ่ ร่วมเปิดตัว “กองทุนการเงินสีเขียวของอาเซียน” ซึ่งเป็นกองทุนรูปแบบใหม่ที่มีขึ้นเพื่อระดมทุนกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายลวรณ กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวจะจัดสรรเงินกู้และความช่วยเหลือทางวิชาการสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องและเป็นธรรมชาติมากขึ้นของภาครัฐ อาทิ การขนส่งแบบยั่งยืน การพัฒนาพลังงานสะอาด และระบบน้ำที่มีความยืดหยุ่น โดยมุ่งหวังให้เกิดการกระตุ้นเงินทุนจากภาคเอกชนโดยการลดความเสี่ยงต่างๆ ผ่านโครงสร้างนวัตกรรมทางการเงิน โดยกองทุนดังกล่าวจะระดมทุนทั้งสิ้น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งได้มากจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอาเซียน (เอไอเอฟ) 75 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเอดีบี 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก German Development Bank 336 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก European Development Bank 150 ล้านยูโร และจาก Agence Française de Développement 150 ล้านยูโร ในขณะเดียวกัน Organization for Economic Cooperation Development และ Global Green Growth Institute จะสนับสนุนการแบ่งปันองค์ความรู้ และการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการเงินสีเขียว นอกจากนั้น Overseas Private Investment Cooperation ได้แสดงความสนใจให้การสนับสนุนทางการเงินสาหรับโครงการที่เกิดขึ้นใหม่อีกด้วย
นายลวรณ กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “ช่องทางใหม่เพื่อโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวอย่างทั่วถึง” ภายใต้เอไอเอฟ ซึ่งริเริ่มด้านการเงินระดับภูมิภาคที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลอาเซียนและเอดีบีเมื่อปี 2554 และบริหารงานโดยเอดีบี นับตั้งแต่ก่อตั้งเอไอเอฟได้จัดสรรเงินทุนตามพันธะสัญญาแล้ว 520 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับโครงการด้านพลังงาน ด้านการขนส่ง ด้านน้ำ และด้านโครงสร้างพื้นฐานในเขตเมืองทั่วทั้งภูมิภาค รวมทั้งยังได้เปิดตัว “กองทุนการเงินแบบทั่วถึง” เพื่อจัดสรรเงินทุนที่มีลักษณะผ่อนปรนให้โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในกัมพูชา ลาว และพม่า

