อีวีนำร่องภาครัฐสะดุด ก.อุตเร่งหารือบัญชีกลางเคลียร์งบจัดซื้อหลังต่ำกว่าราคาตลาด พร้อมถามความคืบหน้าทอท.-กรมศิลป์ใช้ตามแผน ด้านยูบีเอ็มเตรียมจัดงานดันอุตฯ4.0มุ่งอีอีซี
นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้สรุปความคืบหน้า3อุตสาหกรรมหลังยุทธศาสตร์ผ่านคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว ประกอบด้วย ยานยนต์แห่งประเทศ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และเศรษฐกิจชีวภาพ ต่อนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลักดัน แก้อุปสรรค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตพบว่าดีมานด์ หรือความต้องการของตลาดยังน้อยมาก ทั้งรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ซึ่งแผนงานหนึ่งในการเร่งรัดดีมานด์คือ การกำหนดให้ภาครัฐนำร่องการใช้ แต่งบประมาณที่กรมบัญชีกลางกำหนดกลับน้อยกว่าราคาซื้อขายในตลาดอย่างมาก
“ตัวอย่างแผนสนับสนุนที่ครม.เห็นชอบคือ การกำหนดให้ผู้บริหารในภาครัฐระดับรองอธิบดีขึ้นไปใช้รถประจำตำแหน่งเป็นปลั๊กอินไฮบริดหรืออีวี ซึ่งราคารถประมาณ3ล้านบาท แต่เมื่อดูในข้อกำหนดของกรมบัญชีกลางกำหนดราคารถประจำตำแหน่งแค่ล้านต้นๆ ทำให้ซื้อใช้ไม่ได้ เรื่องนี้ตนได้เสนอปลัดฯแล้ว คาดว่าจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมบัญชีกลางเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว”นายศิริรุจกล่าว
นายศิริรุจกล่าวว่า นอกจากนี้ตามแผนยังกำหนดให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท.ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในการให้บริการผู้โดยสาร รวมทั้งกำหนดให้กรมศิลปากรใช้รถพลังงานไฟฟ้าในการท่องเที่ยว ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะติดตามความคืบหน้าว่าดำเนินการอย่างไรแล้วบ้าง
นายศิริรุจกล่าวว่า สำหรับแผนหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ได้เสนอให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามคำขอส่งเสริมการลงทุน มาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อ ความคืบหน้าการจะจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ(คอร์) ขณะที่แผนเศรษฐกิจชีวภาพก็จะติดตามความคืบหน้าเช่นกัน โดยแผนทั้งหมดจะเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่เพื่อพิจารณาด้วย
“แผนทั้งหมดในภาคการผลิตจะสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งสถานการณ์การเมืองที่รอจัดตั้งรัฐบาลทำให้นักลงทุนเริ่มติดตามว่าจะคงเดินหน้านโยบายอีอีซีอยู่หรือไม่”นายศิริรุจกล่าวว่า

