หน้าแรก เศรษฐกิจ บล.คิงส์ฟอร์ด...

บล.คิงส์ฟอร์ดคาด ดัชนีหุ้น เม.ย.ทรงตัวในกรอบ1,620-1,670จุด รอผลสรุปเลือกตั้ง-ผลเจรจาสหรัฐ-จีน

6.04.19 | 14:57 น.

นายอภิชัย เรามานะชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) คิงส์ฟอร์ด จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มการเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยในเดือนเมษายนนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบระดับ 1,620 – 1,670 จุด เนื่องจากส่วนใหญ่ยังคงรอติดตามผลสรุปประเด็นสำคัญ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ผลสรุปคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)อย่างเป็นทางการจากสำนักงานกกต. ซึ่งจะต้อง รับรองผลการเลือกตั้ง 95% ให้ได้ก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ หลังจากนั้น 15 วันจะมีการเรียกประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาฯ ส.ส. และประธานวุฒิสภา หลังจากนั้นจึงลงคะแนน 2 สภา รวมเสียง 750 เสียง เพื่อสรรหานายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดจะได้นายกฯ ใหม่ราวปลายเดือนมิถุนายนนี้ ดังนั้นการจับขั้วรัฐบาลจะเห็นชัดเจนในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ที่ต้องติดตามในเดือนเมษายนคือ ความคืบหน้าการเจรจาการค้า สหรัฐ – จีน ที่คาดจะได้ข้อยุติในเดือนเดียวกันนี้ และประเด็น Brexit ที่สภาอังกฤษจะต้องหาข้อสรุปให้ได้ ก่อน 12 เมษายน หรือ 22 พฤษภาคมนี้

ส่วนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ในไตรมาส1/62 ประเมินว่า ภาพรวมมีโอกาสฟื้นตัวจากแรงหนุนกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่จะกลับมากำไรจากสต็อกน้ำมันราว 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่กำไรกลุ่มธนาคารคาดจะกลับมาขยายได้จากไตรมาส 4/61 แม้ว่าสินเชื่อช่วง 2 เดือนแรกยังทรงตัว หรือลดลง 0.35% แต่ภาระกันสำรองและค่าใช้จ่ายน่าจะปรับตัวลดลง

“กลยุทธ์การลงทุนเมษายนนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมิน ดัชนี SET มีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620 – 1,670 จุด โดยได้แรงหนุนจากช่วงจ่ายการเงินปัน ผลของหุ้นกลุ่มธนาคาร และ SCC รวมถึงรอประเมินคะแนนเสียงของพรรคการเมืองหลังจากผ่านช่วงเลือกตั้งซ่อม แนะนำทยอยซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนหลังเลือกตั้ง เช่น AMATA, BBL, CK, STEC, WHA หุ้นที่ผลบวกจาก MSCI ปรับใช้ NVDR ในการคำนวณดัชนี MSCI Thailand เช่น DTAC, CENTEL, INTUCH, RATCH และเก็งกำไรหุ้นที่คาดกำไรไตรมาส 1/62 เติบโตดี เช่น BAY, BDMS, BH, CPF, DTAC, ERW, KTC, ROBINS, RS, SAWAD” นายอภิชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม ภาพรวม SET Index ดัชนี SET สิ้นเดือนมีนาคม ปิดที่ระดับ 1,638.65 จุด ปรับลดลง 0.90%จากเดือนกุมภาพันธ์ โดยต่างชาติ ขายสุทธิ 1.63 หมื่นล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิ 1.2 พันล้านบาท ส่วนสถาบันซื้อสุทธิ 5.7 พันล้านบาท และนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 1.19 หมื่นล้านบาท

Advertisement