เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือน กสิกรฯคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ

แฟ้มภาพ

“เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือน ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงจากแรงขายทำกำไร และความกังวลที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนก่อนช่วงวันหยุดยาว โดยเงินบาทเผชิญแรงขายในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ทยอยได้รับแรงหนุนจากโอกาสของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนมิ.ย. หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายตัวออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ประกอบกับเจ้าหน้าที่เฟดยังคงส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเฟดรอบใกล้ๆ นี้

สำหรับในวันพฤหัสบดี (19 พ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 35.69 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.41 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 พ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (23-27 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.50-35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยตลาดอาจติดตามผลการประชุมของกลุ่ม G7 (20-21 พ.ค.) ข้อมูลการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย. รวมถึงสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขายเดือนเม.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. และจีดีพีประจำไตรมาส 1/59 (รายงานครั้งที่ 2) นอกจากนี้ นักลงทุนอาจติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ (เบื้องต้น) เดือนพ.ค. ของทั้งสหรัฐฯ และประเทศชั้นนำอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ค่าเงินบาท

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงจากแรงขายทำกำไร และความกังวลที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. นี้ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,385.86 จุด ลดลง 0.63% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 0.65% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 46,090.74 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 521.24 จุด ลดลง 0.97% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาค่อนข้างดี ความชัดเจนเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/59 ของไทยที่ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาด อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นลดช่วงบวกลงในวันพุธ และปรับลดต่อเนื่องหลุดระดับ 1,400 จุดในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน ประกอบกับมีปัจจัยลบจากความกังวลถึงโอกาสที่เพิ่มขึ้นที่เฟดอาจจะมีการพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบ มิ.ย. นี้

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (23-27 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,375 และ1,350 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,400 และ 1,410 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุม G7 และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ข้อมูลการค้า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และจีดีพีไตรมาส 1/59 (รายงานครั้งที่ 2) ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ คงได้แก่ ข้อมูล PMI ของญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมทั้ง ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจของเยอรมนี (IFO)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon