นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า วันที่ 9 เมษายนนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะมีการแถลงผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เบื้องต้นคาดว่าการใช้จ่ายในช่วงดังกล่าวมีแนวโน้มไม่คึกคักเท่าที่ควร สอดคล้องกับผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมีนาคม 2562 ที่ปรับตัวลดลงทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เนื่องจากปัจจัยลบที่ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง, กังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า และกำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ประกอบกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาสงครามการค้าและปัญหาการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร (เบร็กซิท) นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อีกทั้ง ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ
“พื้นที่ภาคเหนือในทุกปีจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มนักท่องเที่ยวลดลงเนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นรุนแรงกว่าทุกปี อีกทั้งกังวลสถานการณ์การเมืองอาจไม่มีความสงบ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาเป็นปกติ และเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่พร้อมรับปัจจัยเสี่ยงใดๆในช่วงนี้” นายธนวรรธน์ กล่าว
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หากเศรษฐกิจมีสัญญาณปรับตัวลดลง รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง จำเป็นต้องออกมาตรการเพื่อประคับประคองสถานการณ์ โดยเฉพาะโครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เช่น โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รถไฟฟ้าความเร็วสูง หรือโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยจะทำให้เกิดการจ้างงานประชาชนในพื้นที่ เกิดเม็ดเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ และเพื่อเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามเป้าหมาย 40 ล้านคน ภาครัฐควรมีการขยายระยะเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียม เนื่องจากใช้งบประมาณไม่มากนัก แต่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


